thansettakij
thansettakij
7 เดือนต่างชาติลงทุนไทย 2.19 แสนล้านบาท โต 37% สิงคโปร์ขึ้นแท่น

7 เดือนต่างชาติลงทุนไทย 2.19 แสนล้านบาท โต 37% สิงคโปร์ขึ้นแท่น

18 ส.ค. 69 | 07:22 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ส.ค. 69 | 07:23 น.

พาณิชย์ เผย 7 เดือนปี 2569 ต่างชาติลงทุนไทย 736 ราย เงินลงทุน 2.19 แสนล้านบาท เพิ่ม 37% สิงคโปร์ลงทุนสูงสุด 6.11 หมื่นล้าน ขณะที่ EEC รับ 8.56 หมื่นล้านบาท

KEY

POINTS

  • ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 การลงทุนจากต่างชาติในไทยมีมูลค่ารวม 2.19 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • สิงคโปร์เป็นประเทศที่ลงทุนในไทยสูงสุดด้วยมูลค่า 6.11 หมื่นล้านบาท
  • นักลงทุน 3 อันดับแรกตามมูลค่าการลงทุน ได้แก่ สิงคโปร์ (6.11 หมื่นล้านบาท) ญี่ปุ่น (4.50 หมื่นล้านบาท) และจีน (3.86 หมื่นล้านบาท)

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย 7 เดือนปี 69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 68 สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาท ตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนของคนต่างด้าวในช่วง7 เดือนปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 736 ราย 

โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 177 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 559 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 219,208 ล้านบาท โดยมีจำนวนนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก 

เปิด 5 ประเทศลงทุนมากสุด

จีน 133 ราย คิดเป็น 18% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 38,603 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค
  • ธุรกิจบริการออกแบบด้านวิศวกรรม ก่อสร้างและติดตั้งระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ
  • ธุรกิจบริการเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย 
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากกระดาษรีไซเคิล Electric Vehicle Charger เป็นต้น

สหรัฐอเมริกา 121 ราย คิดเป็น 16% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 6,226 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ 

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม
  • ธุรกิจโฆษณา
  • ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Circuit Breaker ระบบควบคุมการปฏิบัติงานด้วยสมองกลเองเม็ดพลาสติก เป็นต้น

สิงคโปร์ 97 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 61,112 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจผลิตไม้วีเนียร์ (Wood Veneer)
  • ธุรกิจบริการ Data Center ที่ใช้พลังงานประสิทธิภาพสูง          
  • ธุรกิจบริการให้ใช้ช่วงสิทธิแฟรนไชส์ (Franchising) เพื่อประกอบธุรกิจการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม - ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น อาหารสัตว์ ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป โลหะรีไซเคิล เป็นต้น

ญี่ปุ่น 94 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 45,085 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ 

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค 
  • ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า
  • ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์          
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ เป็นต้น

ฮ่องกง 72 ราย คิดเป็น 10% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 14,077 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  • ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย
  • ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งติดตั้งและทดสอบระบบผลิตไฟฟ้า พลังงานลม สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม
  • ธุรกิจบริการพัฒนา/ปรับปรุงซอฟต์แวร์
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องดูดควัน เครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรม เป็นต้น

ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 153 ราย (26%) (เดือน ม.ค.-ก.ค. 2569 อนุญาต 736 ราย / เดือน ม.ค.-ก.ค. 2568 อนุญาต 583 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 59,748 ล้านบาท (37%) (เดือน ม.ค.-ก.ค. 2569 ลงทุน 219,208 ล้านบาท / เดือน ม.ค.-ก.ค. 2568 ลงทุน 159,460 ล้านบาท) รวมถึงมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 5,229 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 1,144 คน (22%) (เดือน ม.ค.-ก.ค. 2569 จ้างงาน 5,229 คน / เดือน ม.ค.-ก.ค. 2568 จ้างงาน 4,085 คน)  

นอกจากนี้ ยังพบว่า การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 360 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 736 ราย มูลค่าลงทุน 157,328 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Aircraft Engine Case เครื่องจักรอัตโนมัติ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

2. ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค

3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น บริการ Data Center บริการพัฒนาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services

นายพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ในช่วง 7 เดือนปี 2569 (เดือนมกราคม - กรกฎาคม) มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 220 ราย คิดเป็น 30% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 44 ราย (25%) (เดือน ม.ค.–ก.ค. 2569 ลงทุน 220 ราย / เดือน ม.ค.–ก.ค. 2568 ลงทุน 176 ราย) โดยมีมูลค่าการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 85,615 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด

โดยเป็นนักลงทุนจาก จีน 80 ราย ลงทุน 30,042 ล้านบาท ญี่ปุ่น 31 ราย ลงทุน 22,636 ล้านบาท ฮ่องกง 26 ราย ลงทุน 4,803 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 83 ราย ลงทุน 28,134 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ

  • ธุรกิจซ่อมบำรุง Aircraft Nacelle และชิ้นส่วนของ Nacelle ของอากาศยานทางการทหาร
  • ธุรกิจการแปรรูปไม้เพื่อใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์
  • ธุรกิจบริการเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ Printed Circuit Board Assembly (PCBA) เป็นต้น       

ทั้งนี้ เฉพาะเดือนกรกฎาคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย 96 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 26 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 70 ราย เงินลงทุนทั้งสิ้น 31,594 ล้านบาท

ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจาก จีน สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 960 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมหลุมขุดเจาะปิโตรเลียม องค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานและการดูแลรักษาเครื่องมือ Clean Energy Equipment และองค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการแม่พิมพ์เครื่องจักรที่ใช้สำหรับผลิตรถยนต์ เป็นต้น

ขณะที่ธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในเดือนกรกฎาคม 2569 ได้แก่ 

  • ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย
  • ธุรกิจบริการ Data Center ที่ใช้พลังงานประสิทธิภาพสูง
  • ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานพาหนะไฟฟ้า
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ Switchgear, Electric Vehicle Charger