
สถิติเดือน ก.ค. จดทะเบียนธุรกิจใหม่ลด แต่ทุนเพิ่มกว่า 143% จับตา 3 ธุรกิจดาวรุ่ง
DBD เผยธุรกิจใหม่ ก.ค. 2569 ลด 2.57% แต่ทุนจดทะเบียนพุ่ง 143.65% แตะ 5.36 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดเลิกกิจการ 7 เดือนเพิ่ม 13.72% จับตา 3 ธุรกิจดาวรุ่ง
KEY
POINTS
- เดือนกรกฎาคม 2569 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 7,512 ราย ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ทุนจดทะเบียนของธุรกิจใหม่ในเดือนกรกฎาคมมีมูลค่าสูงถึง 53,647 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 143% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- ยอดการเลิกกิจการสะสมในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-ก.ค.) เพิ่มขึ้น 13.72% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดตัวเลขจดทะเบียนธุรกิจใหม่เดือนกรกฎาคม 2569 พบ 7,512 ราย ลดลงทั้งจากเดือนก่อนและช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ทุนจดทะเบียนพุ่ง 53,647 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 143% ส่วนยอดเลิกกิจการ 7 เดือนเพิ่ม 13.72%
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,512 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา เดือนมิถุนายน 2569 จำนวน 7,979 ราย ลดลง 467 ราย คิดเป็น 5.85% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เดือนกรกฎาคม 2568 จำนวน 7,710 ราย ลดลง 198 ราย คิดเป็น 2.57%
ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 53,647 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา เดือนมิถุนายน 2569 จำนวน 15,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38,416 ล้านบาท คิดเป็น 252.23% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เดือนกรกฎาคม 2568 จำนวน 22,018 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31,629 ล้านบาท คิดเป็น 143.65%
ทั้งนี้ มีนิติบุคคล 1 ราย ที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เกิน 1,000 ล้านบาท คือ บริษัท บ้านปู จำกัด ทุนจดทะเบียน 40,496 ล้านบาท ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานการจัดตั้งใหม่ช่วง 7 เดือนของปี 2569 (มกราคม-กรกฎาคม) มีจำนวน 52,285 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 จำนวน 51,548 ราย เพิ่มขึ้น 737 รายคิดเป็น 1.43%
ขณะที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ช่วง 7 เดือนของปี 2569 สะสมอยู่ที่ 164,848 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 จำนวน 171,158 ล้านบาท ลดลง 6,310 ล้านบาท คิดเป็น 3.69% เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ได้แก่
1.ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 1,529 ราย เพิ่มขึ้น 531 ราย คิดเป็น 53.21% ทุนจดทะเบียน 2,508 ล้านบาท
2. ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 2,492 ราย เพิ่มขึ้น 374 ราย คิดเป็น 17.66% ทุนจดทะเบียน 4,064 ล้านบาท
3. ธุรกิจร้านขายปลีกเสื้อผ้า จำนวน 624 ราย เพิ่มขึ้น 324 ราย คิดเป็น 92.59% ทุนจดทะเบียน 847 ล้านบาท
ทั้งนี้ การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนกรกฎาคม 2569 มีจำนวน 2,152 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา เดือนมิถุนายน 2569 จำนวน 1,760 ราย เพิ่มขึ้น 392 ราย คิดเป็น 22.27% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมากับเดือนกรกฎาคม 2568 จำนวน 1,825 ราย เพิ่มขึ้น 327 ราย คิดเป็น 17.92%
ด้านทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 6,776 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา เดือนมิถุนายน 2569 จำนวน 6,807 ล้านบาท ลดลง 31 ล้านบาท คิดเป็น 0.47% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา กับเดือนกรกฎาคม 2568 จำนวน 20,156 ล้านบาท ลดลง 13,380 ล้านบาท คิดเป็น 66.38%
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า การจดทะเบียนเลิกช่วง 7 เดือนของปี 2569 (มกราคม-กรกฎาคม) มีจำนวน 9,176 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 จำนวน 8,069 ราย เพิ่มขึ้น 1,107 ราย คิดเป็น 13.72%
ขณะที่ทุนจดทะเบียนเลิกช่วง 7 เดือนของปี 2569 สะสมอยู่ที่ 105,633 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 จำนวน 50,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54,933 ล้านบาท คิดเป็น 108.35%
ทั้งนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569) พบว่า มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,102,362 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.69 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 1,009,681ราย ทุนจดทะเบียนรวม 24.05 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 807,160 ราย คิดเป็น 79.94% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 18.04 ล้านล้านบาท
- ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 201,007 ราย คิดเป็น 19.91% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 0.43 ล้านล้านบาท
- บริษัทมหาชนจำกัด 1,514 ราย คิดเป็น 0.15% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 5.58 ล้านล้านบาท
สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุด คือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 550,199 ราย ทุนจดทะเบียน 14.18 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 330,788 ราย ทุนจดทะเบียน 2.59 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 128,694 ราย ทุนจดทะเบียน 7.28 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.49% 32.76% และ 12.75% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ






