
รัฐบาล ลุย ฟื้นกองทุนหมู่บ้าน "สีแดง" ดันสู่แบงก์ชุมชน เคลียร์หนี้นอกระบบ
รัฐบาลทุ่ม 4,452 ล้านบาท เติมทุนกองทุนหมู่บ้าน 7.9 หมื่นแห่ง ลดดอกเบี้ยครึ่งราคา เร่งฟื้นฟูกองทุนสีแดง ปูทางสู่สถาบันการเงินชุมชนเต็มรูปแบบ
KEY
POINTS
- รัฐบาลเร่งฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านกลุ่ม "สีแดง" ที่มีปัญหาด้านการบริหารจัดการ ให้กลับมามีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
- จัดสรรงบประมาณกว่า 4,452 ล้านบาท เพื่อเพิ่มทุนและสนับสนุนโครงการลดดอกเบี้ยให้สมาชิกสูงสุด 50% สำหรับแก้ปัญหาหนี้สิน
- มีเป้าหมายระยะยาวในการยกระดับกองทุนหมู่บ้านให้เป็นสถาบันการเงินชุมชน เพื่อเป็นกลไกแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับธนาคารรัฐ
สุขสมรวย วันทนียกุล รมต.สำนักนายกฯ รัฐบาลเดินหน้ายกเครื่องกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" โดยหนึ่งในภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลชูเป็นวาระสำคัญคือการเข้าไปฟื้นฟูกองทุนกลุ่ม "สีแดง" ที่เคยมีปัญหาการบริหารจัดการ ให้กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง ก่อนต่อยอดสู่การเป็นสถาบันการเงินชุมชนที่แก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้อย่างยั่งยืน
จัดอันดับกองทุนเขียว-เหลือง-แดง เป้าหมายเร่งฟื้นฟูกลุ่มเสี่ยง
นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ได้มีการจัดกลุ่ม (Ranking) กองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศออกเป็น 3 สี ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง และสีแดง โดยเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลในขณะนี้คือการเข้าไปฟื้นฟูกองทุน "สีแดง" ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยมีปัญหาด้านการบริหารจัดการ ให้กลับมามีวินัยทางการเงินและสามารถดำเนินงานได้อย่างปกติอีกครั้ง
พร้อมกันนี้ ยังเร่งติดตามงบประมาณการเพิ่มทุนในเงินล้านที่ 2 ที่ยังคงค้างอยู่ประมาณ 3,400 ล้านบาท เพื่อให้ทุกหมู่บ้านได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มสีใดก็ตาม อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีย้ำว่ากรณีที่ตรวจพบการทุจริตหรือมีเจตนาทำให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน จะมีมาตรการดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อไป ไม่มีการละเว้น
เร่งลดภาระหนี้ ดันงบ 4,452 ล้านบาท
นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฐานรากครั้งใหญ่ ได้มีการบูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินและสร้างโอกาสทางการเงินให้ประชาชนทั่วประเทศ
ในระยะสั้น รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการลดภาระค่าใช้จ่ายและแก้หนี้อย่างเร่งด่วน โดยจัดสรรงบประมาณ 4,452 ล้านบาท ให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองกว่า 79,610 กองทุน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่เป็นธรรมและต้นทุนต่ำ โดยนายกรัฐมนตรีย้ำชัดว่างบก้อนนี้ต้องไม่ใช่แค่การเติมเงิน แต่ต้องกลายเป็นทุนประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้ครอบครัว และหมุนเวียนอยู่ในชุมชน
เติมทุนขั้นบันได ลดดอกเบี้ยสูงสุด 50%
รัฐบาลจะเติมทุนให้กองทุนตามจริงแบบขั้นบันได ตั้งแต่ 30,000-150,000 บาท เพื่อชดเชยส่วนที่กองทุนลดดอกเบี้ยให้สมาชิกสูงสุด 50% ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกประหยัดค่าใช้จ่าย มีเงินหมุนเวียนกลับไปใช้จ่ายในพื้นที่มากขึ้น และผลักดันให้กองทุนหมู่บ้านกลายเป็นแหล่งเงินหมุนเวียนสำคัญ นำไปสู่การยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนในอนาคต
จับมือแบงก์รัฐ ปั้นสู่สถาบันการเงินชุมชน
นายชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) กล่าวว่า เป้าหมายระยะยาวคือการผลักดันกองทุนหมู่บ้านให้ยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชน เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
โดยกองทุนหมู่บ้านจะทำงานร่วมกับธนาคารรัฐ อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย ในฐานะพี่เลี้ยงสนับสนุนด้านธุรกรรมและการเงิน เพื่อพัฒนาเป็นระบบธนาคารที่ประชาชนเข้าถึงได้ในทุกพื้นที่ ถือเป็นการเปลี่ยนบทบาทกองทุนหมู่บ้านจากแหล่งเงินกู้ ให้กลายเป็นกลไกทางการเงินที่แข็งแกร่งและเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต







