
"คมนาคม" รื้อใหญ่กรมทางหลวง-เจ้าท่า-กทท. รับตั้งโยกย้ายข้าราชการปี 69
คมนาคมรื้อทัพครั้งใหญ่แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ จับตา "ชยุธ โลหกิจ" ชิงเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวง ส่งสัญญาณโยกย้ายข้าราชการระดับสูงล็อตใหญ่นั่งเก้าอี้กรมเจ้าท่า-การท่าเรือฯ
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่
- คาดการณ์ว่านายชยุธ โลหกิจ รองอธิบดีกรมทางหลวง จะได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมทางหลวงคนต่อไป
- มีการวางแผนโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงและอธิบดีกรมเจ้าท่า เพื่อเปิดทางให้มีการสรรหาผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) คนใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 ส.ค.2569) ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ แทน นายชยธรรม์ พรหมศร ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2569 ซึ่งการแต่งตั้งนายปิยพงษ์ครั้งนี้ นอกจากเป็นอธิบดีกรมทางหลวงที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ยังเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม คนใหม่ที่มีอายุน้อยที่สุดด้วย ที่ปัจจุบันอายุเพียง 50 ปี
ดัน "ชยุธ โลหกิจ" สายตรงบ้านบุรีรมย์ นั่งอธิบดีทางหลวง
ภายหลังการแต่งตั้งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่แล้ว ขั้นตอนต่อไปทางกระทรวงคมนาคม โดยปลัดกระทรวงคมนาคม จะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้ที่จะมา ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่ ที่จะเปิดโอกาสให้ข้าราชการระดับ 9 เข้ามาสมัครในตำแหน่ง อธิบดีกรมทางหลวง โดยมีกระแสข่าวว่าคนที่จะมาเป็นอธิบดีกรมทางหลวงคนต่อไปคือ นายชยุธ โลหกิจ รองอธิบดีกรมทางหลวง ฝ่ายดำเนินงาน
เปิดแผนโยกย้ายคมนาคม ปี 69 ล็อตใหญ่
นอกจากนั้นกระทรวงคมนาคมยังมีแผนปรับทัพผู้บริหารระดับสูง ด้วยการปรับ แต่งตั้ง และโยกย้าย ในตำแหน่ง รองปลัด อีก 2 ตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม 1 ตำแหน่ง โดยแผนแรก จะมีการปรับให้นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ลาออกจากราชการ เพื่อเข้ากระบวนการสรรหา ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ที่ได้มีการเปิดรับสมัคร หมดเขตในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
ส่วนแผนที่ 2 โยกนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคมให้ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) แทนนายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า คนปัจจุบัน โดยให้นายกริชเพชร ลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมเจ้าท่า ไปสมัครคัดเลือกสรรหาเข้าดำรงตำแหน่ง ผอ. กทท. แทน ซึ่งจะทำให้นายกริชเพชร สามารถอยู่ในตำแหน่ง ผอ. กทท. ได้อีก 3 ปี ตามวาระ เพราะหากอยู่ที่กรมเจ้าท่าจะเหลืออายุเกษียณราชการเพียง 1 ปี






