thansettakij
thansettakij
ส่งออกข้าวไทย ครึ่งปี 69 ลดฮวบ 18.81% เร่งเปิดตลาดใหม่ ดันเป้า 7 ล้านตัน

ส่งออกข้าวไทย ครึ่งปี 69 ลดฮวบ 18.81% เร่งเปิดตลาดใหม่ ดันเป้า 7 ล้านตัน

05 ส.ค. 69 | 07:59 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ส.ค. 69 | 08:44 น.

กรมการค้าฯ เผยส่งออกข้าวไทยช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 3.28 ล้านตัน ลดลง 18.81% เร่งเจาะตลาดใหม่ เดินหน้าเจรจา G to G ดันยอดส่ง 7 ล้านตัน

KEY

POINTS

  • การส่งออกข้าวไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มีปริมาณ 3.28 ล้านตัน ลดลง 18.81% เนื่องจากมีการแข่งขันด้านราคาสูงและผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
  • ภาครัฐเร่งเจรจาการค้าและหาตลาดใหม่เพื่อทดแทนตลาดเดิม โดยมุ่งเน้นตลาดในภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และแอฟริกา
  • กรมการค้าต่างประเทศเดินหน้าผลักดันการส่งออกข้าวให้บรรลุเป้าหมายทั้งปีที่ 7 ล้านตัน ผ่านการเจรจาแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) และการสร้างความเชื่อมั่นกับประเทศคู่ค้า

กรมการค้าต่างประเทศ ประเมินสถานการณ์การส่งออกข้าวไทยช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ลดลง 18.81% เร่งเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้า ดันเป้าหมายส่งออกทั้งปีที่ 7 ล้านตัน ขณะเดียวกันการส่งออกมันสำปะหลังอัดเม็ดกลับเติบโตโดดเด่นกว่า 30% สะท้อนผลสำเร็จจากการเปิดตลาดและการทำตลาดเชิงรุกของภาครัฐ

วันนี้ ( 5 ส.ค.2569) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยสถิติการส่งออกข้าวไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค. – มิ.ย.) ว่าไทยสามารถส่งออกข้าวได้ประมาณ 3.28 ล้านตัน ลดลง 18.81% และ มีมูลค่ากว่า 1,911 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 60,387 ล้านบาท ลดลง 20.51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งเป็นผลจากปริมาณข้าวในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง 

โดยส่งผลให้มีการแข่งขันสูงทางด้านราคา อีกทั้ง สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวไทยไปยังตลาดสำคัญอย่างอิรัก ซึ่งหยุดชะงักลงตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมตลาดข้าวโลกยังคงมีการแข่งขันสูงจากปัจจัยกดดันจากผลผลิตข้าวโลกที่มีปริมาณมาก แต่แนวโน้มการเกิดภาวะภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญส่งผลให้หลายประเทศผู้นำเข้าพิจารณานำเข้าข้าวเพิ่มเพื่อรองรับกับความเสี่ยงดังกล่าวและเพิ่มความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกด้านการส่งออกของไทย 

ทั้งนี้ ได้เล็งเห็นศักยภาพของตลาดทดแทนการส่งออกข้าวไปอิรักทั้งในภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ รวมถึงภูมิภาคแอฟริกา เช่น แอฟริกาใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และโมซัมบิก ที่นำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกข้าวของไทยลดลง

  • ปริมาณผลผลิตข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ปริมาณข้าวในตลาดโลกสูงกว่าความต้องการ
  • สถานการณ์การสู้รบบองสหรฐฯและอิหร่าน และความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งพลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกข้าวไทยไปตลาดลําคัญอย่างอิรัก
  • ราคาส่งออกข้าวไทยสูงกว่าประเทศผู้ส่งออกอื่น จากต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง ต้นทุนพลังงานราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงข้น

ขณะที่ปัจจัยที่อาจส่งผลให้มีความต้องการ นําเข้าข้าวเพิ่มขึ้น ความต้องการสํารองสต็อกข้า จากแนวโน้มการเกิดภาวะภัยแล้งจากปรากฎการณ์เอลนีโถ เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ แอฟาริกาใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และโมซัมบิก

นอกจากนี้กรมการค้าต่างประเทศจะเร่งรัดเจรจาผลักดันการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) กับ COFCO รัฐบาลจีน และมีกำหนดนำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนเดินทางพบผู้นำเข้าข้าวสำคัญ เช่น ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 2 – 6 ส.ค.นี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันการส่งออกข้าวไทย เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7 ล้านตัน 

สำหรับราคาข้าวขาวไทยเทียบกับราคาต่างประเทศ โดย ไทย 447 ดอลลาร์/ตัน

  • เวียดนาม 435 ดอลลาร์/ตัน
  • ปากีสถาน 405 ดอลลาร์/ตัน
  • อินเดีย 367 ดอลลาร์/ตัน

ขณะที่ชนิดข้าวส่งออกที่สำคัญ 

  • ข้าวขาว 1.51 ล้านตัน 46.03%
  • ข้าวหอมมะลิไทย 0.81 ล้านตัว 24.67%
  • ข้าวนึ่ง 0.61 ล้านตัว 18.69%
  • ข้าวหอมไทย 0.23 ล้านตัน 6.97%
  • ข้าวเหนียว 0.11 ล้านตัน 3.31%
  • ข้าวกล้อง 0.01 ล้านต้น 0.33%

สำหรับการส่งออกมันสำปะหลัง ภาพรวมการสินค้ามันสำปะหลังของไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จะมีปริมาณรวม 2.52 ล้านตัน มูลค่า 38,003.15 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจและการค้าโลก แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะสินค้ามันสำปะหลังอัดเม็ด กลับพบการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปริมาณการส่งออก 0.18 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 1,250.76 ล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จจากการทำงานเชิงรุกชองกรมฯ ในการบุกเบิกตลาดเป้าหมายฯ

ทั้งนี้ กรมฯยังดำเนินภารกิจเชิงรุกขยายตลาดสินค้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยสู่เวทีโลก ตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นมา โดยสามารถสร้างมูลค่าคาดการณ์สั่งซื้อรวมมากกว่า 2,000 ล้านบาท และผลักดันยอดส่งออกมันสำปะหลังอัดเม็ดโดยเติบโตทะยานกว่า 30% สะท้อนศักยภาพและความเชื่อมั่นในห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรไทยในระดับสากล

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากภารกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ในการแสวงหาโอกาสใหม่ในห่วงโซ่อุปทานโลก กรมฯ ได้เดินหน้าเจาะตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงทั้งในตลาดเดิมและตลาดใหม่ด้วยมาตรการเชิงรุก อาทิ ตลาดญี่ปุ่น 

โดยกรมฯ ได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงแห่งญี่ปุ่น (MAFF) เพื่อผลักดันการขยายโควตานำเข้าแป้งมันสำปะหลังภายใต้กรอบความร่วมมือ JTEPA พร้อมรุกตลาดอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและกลุ่มอาหารสัตว์ร่วมกับสมาคมสหกรณ์การเกษตรแห่งชาติญี่ปุ่น (ZENNOH) ดันยอดสั่งซื้อมันสำปะหลังอัดเม็ด (มี.ค. – มิ.ย.) พุ่งสูงถึง 1,340 ตัน มูลค่า 13.5 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 219% และ 244% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ 

ขณะที่ตลาดจีน นครฉงชิ่ง กรมฯ สร้างหมุดหมายสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ผ่านกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการสั่งซื้อภายในหนึ่งปีรวมกว่า 2,087 ล้านบาท 

สำหรับตลาดสหรัฐฯ ผู้ส่งออกไทยสามารถปิดดีลคำสั่งซื้อกับผู้นำเข้ารายใหญ่ พร้อมรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างเหนียวแน่น เนื่องจากแป้งมันสำปะหลังดิบและแป้งออร์แกนิก ซึ่งครองสัดส่วนส่งออกหลักกว่า 60% ของการส่งออกแป้งมันสำปะหลังไปยังสหรัฐฯ ยังคงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีภายใต้มาตรา 301 ในอัตรา 0%