
รัฐบาล ตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งเหนือ เกาะติดพื้นที่เสี่ยง 1,363 จุด
รัฐบาลตั้งวอร์รูมรับมืออุทกภัย–ภัยแล้งภาคเหนือ หลังพบพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย 1,363 จุด “ยศชนัน” นั่งประธาน ดึงทุกหน่วยงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู เพื่อให้การดูแลประชาชนรวดเร็ว ทันสถานการณ์และเป็นเอกภาพ
KEY
POINTS
- รัฐบาลตั้งคณะกรรมการระดับภูมิภาค หรือ "วอร์รูม" เพื่อบูรณาการการทำงานรับมือปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง
- มอบหมายให้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานคณะกรรมการในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อให้การสั่งการและช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นเอกภาพ
- มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเฝ้าระวังและเกาะติดสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยทั่วประเทศจำนวน 1,363 จุด
รัฐบาลยกระดับการบริหารจัดการน้ำ ตั้งคณะกรรมการระดับภูมิภาครับมือทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง หลังประเมินทั่วประเทศมีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย 1,363 จุด มอบ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เป็นประธานวอร์รูมภาคเหนือ บูรณาการทุกหน่วยงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู เพื่อให้การดูแลประชาชนรวดเร็ว ทันสถานการณ์และเป็นเอกภาพ
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม 1 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อกำหนดแนวทางบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานในการรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเป็นระบบ
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค 4 คณะ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติให้มีเอกภาพ สั่งการได้รวดเร็ว และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในส่วนของภาคเหนือ นายยศชนันได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการ ร่วมกับผู้แทนจากกระทรวงหลัก ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การยกระดับกลไกการทำงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยต้องเฝ้าระวัง พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย 1,363 จุด และพื้นที่เสี่ยงฝนทิ้งช่วงอีก 444 จุด จึงจำเป็นต้องบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถรับมือได้ทั้งสถานการณ์น้ำหลากและการขาดแคลนน้ำ ลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคการเกษตรได้อย่างทันท่วงที
คณะกรรมการมีภารกิจอำนวยการ ประสานงาน และบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ การป้องกันและบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย ตลอดจนการฟื้นฟูพื้นที่หลังเกิดภัย เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้งให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมีอำนาจกำกับและสั่งการการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ตามกรอบกฎหมาย ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รายงานผลต่อรัฐบาล พร้อมสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน รวมทั้งสามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงานเฉพาะด้าน หรือเชิญผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการรับมือภัยพิบัติ
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภัยพิบัติเชิงรุก โดยเน้นการบูรณาการข้อมูล การประสานการทำงานของทุกหน่วยงาน และการตัดสินใจที่รวดเร็ว เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้ง พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ยืนยันว่ารัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมทุกด้านเพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเต็มกำลัง







