thansettakij
thansettakij
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย

นายกฯ สั่งคลอด Action Plan ต่อยอดความร่วมมือจีนทุกสาขา ศก.-สังคม-ความมั่นคง

01 ส.ค. 69 | 02:00 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ส.ค. 69 | 02:06 น.

นายก “อนุทิน” ต่อยอดการเดินทางเยือนจีน สั่งทุกรัฐมนตรี ผู้บริหารหลายหน่วยงาน ทำ Action Plan ร่วมมือทุกสาขากับรัฐบาลจีนให้เป็นรูปธรรม ทั้งการค้า การลงทุน ความมั่นคง ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ท่องเที่ยว เทคโนโลยี

KEY

POINTS

  • นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพื่อต่อยอดผลการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • แผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อผลักดันความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-จีนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในทุกมิติ
  • ความร่วมมือครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เช่น การค้าการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต (AI, EV)
  • แผนปฏิบัติการต้องมีกรอบเวลาที่ชัดเจนและต้องรายงานความคืบหน้าต่อคณะรัฐมนตรีเป็นระยะ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักเลขาคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ทำหนังสือส่งถึงหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานให้ดำเนินการตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ในเรื่องที่สืบเนื่องจากการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรีและคณะ ซึ่งได้เดินทางเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17 - 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา 

นายกรัฐมนตรี ระบุว่าในการเยือนครั้งนี้ได้พบหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างสองประเทศในหลายมิติ 

ทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะร่วมกันยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย - จีน ให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การค้าการลงทุน ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว ตลอดจนเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Al และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

พร้อมทั้งร่วมลงนามในความตกลงและบันทึกความเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ระหว่างกันรวมถึง 15 ฉบับครอบคลุมความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา การพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรม การศึกษาและวิจัยด้าน AI การสำรวจอวกาศ การส่งออกสัตว์น้ำ การบริหารจัดการน้ำ การสาธารณสุข และด้านอื่น ๆ อีกหลายสาขาซึ่งจะสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ยังได้พบหารือกับผู้ประกอบการชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) โครงสร้างพื้นฐานระบคลาวด์ (Cloud Infrastructure) และ AI การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต 

ดังนั้นนายกรัฐมนตรี จึงมอบหมายให้กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานป้องกันและปราบปราบปรามการฟอกเงิน และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) รองรับผลการหารือและข้อตกลงต่าง ๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง 

พร้อมกำหนดกรอบเวลาการดำเนินการที่ชัดเจน เพื่อผลักดันผลการหารือ และข้อตกลงต่าง ๆ ดังกล่าว ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วและรายงานความคืบหน้าต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทราบเป็นระยะด้วย