thansettakij
thansettakij
ปิดฉากนายกฯอนุทิน เยือนจีน บูมท่องเที่ยว 2 ประเทศ ททท.ปั๊มจีนเที่ยวไทย ทะลุ 5 ล้านคน

ปิดดีลนายกฯอนุทิน เยือนจีน บูมท่องเที่ยว 2 ประเทศ ททท.ปั๊มจีนเที่ยวไทย ทะลุ 5 ล้านคน

ปิดดีลการเดินทางเยือนจีน ของนายกฯอนุทิน ไม่เพียงขับเคลื่อนเม็ดเงินลงทุนจากจีนเข้าไทยแต่ยังช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีน และขยายโอกาสทางการตลาดท่องเที่ยวเชื่อมโยงการเดินทางระหว่าง 2 ประเทศ

KEY

POINTS

  • การเยือนจีนของนายกฯ อนุทิน ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยกว่า 7 หมื่นล้านบาท และ ฟื้นฟูความเชื่อมั่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ 
  • ททท. เดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ในจีน  สายการบินเสฉวนแอร์ไลน์ เพื่อเพิ่มเส้นทางบินเข้าไทย และแอปพลิเคชัน Meituan เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
  • ททท. ปรับเพิ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีนในปีนี้เป็น 5.13 ล้านคน คาดสร้างรายได้กว่า 2.8 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลบวกจากการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรี

การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ เฉินตู และ ปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงขับเคลื่อนเม็ดเงินลงทุนจากจีนเข้าไทยเท่านั้น แต่ยังช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีน และขยายโอกาสทางการตลาด รวมถึงการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่าง 2 ประเทศอีกด้วย

นายกฯอนุทิน เยือนจีน พบ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569

นายกฯอนุทิน เยือนจีน ดันลงทุน หนุนท่องเที่ยวไทย-จีน 

ทั้งนี้นอกจากนายกฯอนุทิน ยังได้พบปะประธานาธิบดี สี จิ้นผิง รวมถึงนำคณะผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนไทย นักธุรกิจถึง 153 คน จาก 48 บริษัท ที่ได้เดินทางมาเยือนจีน และเข้าร่วมพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับภาคธุรกิจชั้นนำของจีนตะวันตกกว่า 200 ราย

ปิดดีลนายกฯอนุทิน เยือนจีน บูมท่องเที่ยว 2 ประเทศ ททท.ปั๊มจีนเที่ยวไทย ทะลุ 5 ล้านคน

รวมถึงนายกฯอนุทิน ยังได้หารือกับ นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เพื่อเดินหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของ 2 ประเทศ ครอบคลุมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีแห่งอนาคต ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว และการค้าการลงทุนสมัยใหม่ อาทิ AI และยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงลงนาม MOU 15 ฉบับ ในการสร้างโอกาสใหม่ให้ทั้ง 2 ประเทศอีกด้วย

ปิดดีลนายกฯอนุทิน เยือนจีน บูมท่องเที่ยว 2 ประเทศ ททท.ปั๊มจีนเที่ยวไทย ทะลุ 5 ล้านคน

อีกทั้งการเดินทางมาเยือนจีนในครั้งนี้ ยังมีการเจรจาธุรกิจในรูปแบบตัวต่อตัว (One-on-One Meeting) กับ บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับท็อปของจีนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีขั้นสูง จำนวน 4 บริษัท อย่าง Xiaomi, ChangAn Automobile, Innolight Technology และ Eoptolink Technology ซึ่งประสบความสำเร็จ คาดว่าจะกวาดเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยได้สูงถึง 70,000 ล้านบาท

แบ่งเป็นการต่อยอดฐานลงทุนเดิม 50,000 ล้านบาท และเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนใหม่อีกกว่า 20,000 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปรียบเสมือนลมใต้ปีก เร่งให้กลุ่มทุนต้องย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมายังอาเซียน โดยมีไทยเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ

ในแง่ของการท่องเที่ยว ก็มีการประชุมหารือธุรกิจแบบ One-on-One กับผู้บริหารสายการบิน เสฉวนแอร์ไลน์ (Sichuan Airlines) และบริษัทเหม่ยถวน (Meituan) บิ๊กซูเปอร์แอปจีน เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางระหว่างไทย–จีน

ปิดดีลนายกฯอนุทิน เยือนจีน บูมท่องเที่ยว 2 ประเทศ ททท.ปั๊มจีนเที่ยวไทย ทะลุ 5 ล้านคน

สายการบิน Sichuan Airlines เป็นสายการบินมีฐานปฏิบัติการหลัก อยู่ที่นครเฉิงตูให้บริการเที่ยวบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเมืองสำคัญในจีนตะวันตก เช่น เฉิงตู และฉงชิ่ง สายการบินนี้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยช่วยเพิ่มการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคจีนตะวันตกและกระจายตัวนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

ขณะที่ Meituan เป็นกลุ่ม Online Travel Agent (OTA) ชั้นนำ และเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีนที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวผ่านแพลตฟอร์มบริการดิจิทัลแบบครบวงจร ธุรกิจของบริษัทครอบคลุมการจองโรงแรม ร้านอาหาร ตั๋วท่องเที่ยว และกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวชั้นนำของจีนที่มีผู้ใช้งานหลาย 100 ล้านคนทั่วประเทศ

 

นายกฯสร้างความเชื่อมั่นท่องเที่ยวไทยปลอดภัย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าในฐานะจุดหมายปลายทางที่สำคัญ ทั้งในด้านฐานการผลิตอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว

โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้นานาชาติเชื่อมั่นคือความพร้อมของทรัพยากรธรรมชาติ และนโยบายการสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรม

ปิดดีลนายกฯอนุทิน เยือนจีน บูมท่องเที่ยว 2 ประเทศ ททท.ปั๊มจีนเที่ยวไทย ทะลุ 5 ล้านคน

ประเทศไทยมีความโดดเด่นในเรื่องทรัพยากรการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน ทั้ง “ดิน น้ำ ลม ไฟ” หรือที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างรู้จักดีในรูปแบบของ “Sea Sand Sun” ซึ่งทรัพยากรเหล่านี้ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่ดึงดูดผู้คนจากทุกมุมโลกให้เดินทางมาสัมผัส

จากการพบปะกับผู้นำและผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับสากล ต่างให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวมาแล้วจะได้รับ ความปลอดภัยและความเป็นธรรม รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการป้องกันไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว หรือเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

นอกจากนี้รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเดินทางและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเร่งเชื่อมต่อจุดที่เรียกว่า “Missing Link” หรือจุดที่ยังขาดการเชื่อมโยงทั้งทางบก ทางราง และทางน้ำ เพื่อให้การเดินทางระหว่างฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทยเชื่อมต่อกันได้ไร้รอยต่อ

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

โดยเบื้องต้นมีการวางแผนปรับปรุงท่าเรือในฝั่งตะวันตก เช่น ที่จังหวัดระนอง เพื่อให้ลิงก์กับการขนส่งในจังหวัดชุมพรและระบบโลจิสติกส์ทางบก การพัฒนานี้จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ใจกลางอาเซียน ซึ่งเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่สามารถเชื่อมต่อกับประเทศอื่น ๆ ได้ในทุกทิศทาง

ดันเสฉวนแอร์ไลน์สยายปีกบินเชื่อม 2 ประเทศ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ประเทศไทยเดินหน้ายุทธศาสตร์กระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวจีนอย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการขยายฐานการบินสู่เมืองหลักและเมืองรอง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพในช่วงปลายปีนี้ ต่อเนื่องปีหน้า

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

จากการหารือกับเสฉวนแอร์ไลน์ พบว่าสายการบินอยู่ระหว่างการพิจารณานำเที่ยวบินกลับมาให้บริการในเส้นทางระหว่าง เฉิงตู สู่จุดหมายปลายทางยอดนิยมในไทย ได้แก่ กระบี่ เชียงราย และเชียงใหม่

นอกจากนี้ยังมีการเตรียมความพร้อมสำหรับเส้นทางบินใหม่สู่ อู่ตะเภาและหัวหิน ซึ่งคาดว่าจะมีความพร้อมเต็มที่ก่อนปีหน้า โดยในเดือนสิงหาคมนี้ จะมีการจัดกิจกรรมแฟมทริป (Fam Trip) นำคณะเดินทางสำรวจความพร้อมที่กระบี่และอู่ตะเภา

ปิดดีลนายกฯอนุทิน เยือนจีน บูมท่องเที่ยว 2 ประเทศ ททท.ปั๊มจีนเที่ยวไทย ทะลุ 5 ล้านคน

สำหรับเส้นทางบินจากภูมิภาคอื่น ๆ เสฉวนแอร์ไลน์ เล็งเห็นศักยภาพในเส้นทางบินตรงจาก ฉงชิ่งและซีอาน สู่กรุงเทพฯ รวมถึงเที่ยวบินเชื่อมต่อจาก หลานโจว เนื่องจากนักท่องเที่ยวไทยก็นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวที่เฉิงตูและมณฑลเสฉวนเช่นกัน

ทั้งนี้ทางสายการบินได้เสนอให้รัฐบาลไทยสนับสนุนผ่านโครงการ “Thailand Summer Blast” หรือ “Thailand Airconnect” เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเปิดเส้นทางบินใหม่และการันตีจำนวนที่นั่งนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

ปิดดีลนายกฯอนุทิน เยือนจีน บูมท่องเที่ยว 2 ประเทศ ททท.ปั๊มจีนเที่ยวไทย ทะลุ 5 ล้านคน

ชู Trusted Thailand บน Super AppMeituan

ส่วนการหารือกับ Meituan จะเน้นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวจีน เพื่อร่วมขับเคลื่อน Trusted Thailand โครงการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย บน Super App “Meituan” เพื่อแก้ปัญหาข่าวลือและสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน

Meituan เป็น Super App ด้านไลฟ์สไตล์อันดับ 1 ของจีน ที่ตอบโจทย์ทั้งการกิน ดื่ม และท่องเที่ยว การเตรียมจะนำมาตรฐาน Trust Thailand ไปใส่ในแอปพลิเคชัน เพื่อเป็นการันตีความปลอดภัยและคุณภาพให้กับผู้ใช้งานชาวจีน

ดึง Black Pearl Guide ยกระดับอาหาร

อีกทั้งยังเตรียมร่วมมือกับ Meituan เปิดตัว “Black Pearl Restaurant Guide” (คู่มือร้านอาหารระดับพรีเมียมของจีน) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ปัจจุบันมีร้านอาหารในไทยเพียง 13 แห่งเท่านั้นที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Black Pearl

ส่วนใหญ่เป็นร้านที่ได้รับมิชลินและมีคุณภาพสูงมาก มาตรฐานร้านอาหาร “Black Pearl Restaurant Guide” ของ Meituan หรือระบบจัดอันดับและคัดเลือกร้านอาหารคุณภาพสูงของจีนเป็นคู่มือร้านอาหารระดับพรีเมียมที่ Meituan จัดทำขึ้น

ปิดดีลนายกฯอนุทิน เยือนจีน บูมท่องเที่ยว 2 ประเทศ ททท.ปั๊มจีนเที่ยวไทย ทะลุ 5 ล้านคน

โดยใช้การประเมินจากผู้เชี่ยวชาญร่วมกับข้อมูลผู้ใช้งานขนาดใหญ่มักถูกเรียกว่า “Michelin Guide ของจีน” และมีบทบาทสำคัญในการชี้นำพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนด้านการกินและการเลือกประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน

ททท. ตั้งเป้าที่จะจัดงานเปิดตัว“Black Pearl Restaurant Guide” ของ Meituan ครั้งใหญ่ในช่วง “Nihao Month” (เดือนกันยายน - พฤศจิกายน) เพื่อให้ร้านอาหารไทยเข้าไปอยู่ในใจของนักท่องเที่ยวชาวจีนมากขึ้น และเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ทั้งในเมืองหลักและเมืองรองตามนโยบายของรัฐบาล

การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวร่วมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ทั้งในอุตสาหกรรมการบินและแพลตฟอร์มดิจิทัลครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนให้กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

ผนึก 5 บิ๊กท่องเที่ยว-ธุรกิจในจีนกระตุ้นท่องเที่ยว

นอกจากนี้เพื่อยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีน เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ กรุงปักกิ่ง ททท. ยังได้ร่วมลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent: LOI) ระหว่าง ททท. และผู้บริหาร 5 บริษัทพันธมิตรชั้นนำของจีน ได้แก่ China Tourism Group (CTG), Utour Group, China Comfort Group, AMAP และ TCP Red Bull

ผนึก 5 บิ๊กท่องเที่ยวจีนกระตุ้นท่องเที่ยว

ทั้งนี้เพื่อมุ่งประชาสัมพันธ์แบรนด์ Amazing Thailand ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของจีน พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูง (High Value Tourism)

พร้อมประยุกต์ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีด้าน Smart Tourism เพื่อการทำตลาดเชิงลึก ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มคุณภาพและกลุ่มพรีเมียม พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับสากล

นางสาวภัทรอนงค์ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (LOI) กับ 5 บริษัทต่างๆ ในจีน เพื่อมุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และปรับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้ทันสมัย ดังนี้

1. กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวโฮลเซลล์ หรือ บริษัทจำหน่ายบริการด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่ ซึ่งททท. ได้ร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจีน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตสินค้าทางการท่องเที่ยวและส่งต่อให้บริษัทลูก หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ (OTA) ต่างๆ

ได้แก่ China Tourism Group และ China Comfort Groupที่มีรัฐบาลจีน ถือหุ้น และ Utour Group คือ กลุ่มบริษัทและเอเจนซี่ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวของเอกชน

โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อผลักดัน “สินค้าท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์” (Experiential Tourism) และ “สินค้าท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” แทนที่สินค้าท่องเที่ยวแบบเดิมที่เริ่มอิ่มตัว เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทย เพราะปักกิ่ง ทำตลาดในจีนมานานกว่า 20 ปี จำเป็นต้องนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ ให้ดูทันสมัยและคุ้มค่ามากขึ้น

ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

2. กลุ่มแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่จะเน้นความร่วมมือ เพื่อให้เข้าถึงพฤติกรรมดิจิทัลและการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะร่วมมือกับ Amap ที่มีรูปแบบบริการเหมือน Googel Map โดยทาง Amap จะมีการแจก คูปองเงินสด ให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทย เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการเรียกรถและใช้บริการร้านอาหาร ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างความสะดวกสบาย ซึ่งปัจจุบันแอปพลิเคชันแผนที่ Amap มีฐานผู้ใช้งานกว่า 700 ล้านคน

3. การร่วมมือกับ TCP Red Bull TCP (Red Bull China) แบรนด์เครื่องดื่มชื่อดัง ที่ร่วมงานกับ ททท. มายาวนาน แต่เพิ่งมีการเซ็น LOI เพื่อร่วมมือกันอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อโปรโมทประเทศไทยภายใต้กลุ่มเป้าหมาย ที่มุ่งเน้นกลุ่ม Young Generation (Gen Z และ Gen Y) อายุ 25-40 ปี ที่สนใจเรื่องกีฬา (Sports) และสุขภาพ (Health & Wellness)

ความร่วมมือที่จะเกิดขึ้น คือ การโปรโมทท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรมของ Red Bull ในประเทศจีน เช่น Red Bull Sand Games กิจกรรมในอินเนอร์มองโกเลีย ที่เจาะกลุ่มนักศึกษา Executive MBA (XMBA) จากบริษัทชั้นนำ เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ประเทศไทยในกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง

รวมถึงกิจกรรม Very Thai Concert คอนเสิร์ตที่มีทั้งศิลปินจีน และการนำศิลปินไทยไปแสดงในจีน ที่จะกระจายจัดงานไปยังเมืองต่างๆในจีน เช่น ที่เมืองฉวนโจว เพื่อสร้างกระแสและทำให้แบรนด์ประเทศไทยแข็งแกร่งขึ้นในใจคนจีน และการสนับสนุนการแข่งขันบาสเกตบอลในมหาวิทยาลัยดังของจีน โดยมีการนำโลโก้ Amazing Thailand ของประเทศไทยไปปรากฏในงาน เพื่อ Expose แบรนด์สู่กลุ่มวัยรุ่น และการเจาะตลาดกลุ่มใหม่ (New Segment)

นักท่องเที่ยวจีน เที่ยวไทย

ปั๊มจีนเที่ยวไทยปีนี้ทะลุ 5 ล้านคน

สำหรับเป้าหมายการดึงนักท่องเที่ยวจีนที่ไทยในปีนี้ จากข้อมูลจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้ พบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยแล้ว 2.8 ล้านคน เติบโตขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วล่าสุดททท.มองว่าแนวโน้มจีนเที่ยวไทยในปีนี้จะอยู่ที่ 5.13 ล้านคน เติบโตประมาณ 14.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาสร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 288,385 ล้านบาท

โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีแนวโน้มว่าจะอยู่ที่ 5.04 ล้านคน เนื่องจากปัจจัยบวกจากการเดินทางเยือนของนายกรัฐมนตรีและความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างรัฐบาล ส่วนในปี 2570 คาดว่าไทยจะมีนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 3-5% โดยมีแนวโน้มจะอยู่ที่ 5.28-5.39 ล้านคน

แม้จีนจะเที่ยวไทยจะยังไม่เท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด แต่มีการฟื้นตัวต่อเนื่อง วัดจากจำนวนที่นั่งบนเครื่องบินเข้าไทยจากตลาดจีน พบว่า ขณะนี้ฟื้นตัวกลับขึ้นมาราว 60% จากก่อนโควิดแล้ว โดยปีนี้อยู่ที่ 7.8-7.9 ล้านที่นั่งเติบโตราว 5 % จากก่อนโควิดที่จะอยู่ที่ 13 ล้านที่นั่ง และหลังโควิดเป็นต้นมา

นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าไทยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางเที่ยวด้วยตัวเอง หรือ เอฟไอที อย่าง นักท่องเที่ยวจากเซี้ยงไฮ้ จะเป็น เอฟไอที กว่า 80-90% จากปักกิ่ง 80% แต่หากเฉลี่ยทั้งจีน จะอยู่ที่ 60-65%

ส่วนแนวทางการทำตลาดจีนจะเน้นการเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อทริป คาดการณ์แนวโน้มสิ้นปีนี้อยู่ที่ประมาณ 56,000 บาทต่อทริป เพิ่มขึ้นจากเดิมที่อยู่ประมาณ 54,000 บาท จากการมุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) และมุ่งเน้นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เช่น กลุ่ม Young Generation (Gen Z และ Gen Y) และกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ (Executive MBA)

ขณะที่สถานการณ์ด้านความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวจีนในปัจจุบันมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยประเด็นความกังวลในเรื่องนี้ลดลงไปเยอะเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสามารถจัดการและเข้าช่วยเหลือเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว เช่น เคสที่สามารถช่วยเหลือตัวประกันกลับมาได้ในวันรุ่งขึ้น

สิ่งนี้ทำให้ภาพลักษณ์การทำงานของไทยดูมีความจริงจังและรวดเร็วในสายตาชาวจีน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น จะพบว่าไม่ได้ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวไทย แต่มักจะเกิดกับกลุ่มคนเปราะบาง เช่น นักศึกษาหรือผู้สูงอายุ ที่ถูกหลอกลวงมาจากประเทศต้นทางอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งไม่ใช่กรณีของคนที่ตั้งใจบินมาเพื่อการท่องเที่ยวจริงๆ

ปัจจุบันจึงไม่ค่อยมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น เมื่อไม่มีเหตุก็ไม่มีกระแสข่าวเชิงลบในพื้นที่สื่อของจีน ทำให้ในปีนี้ปัจจัยด้านความปลอดภัยมีผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางน้อยลง ประกอบกับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาคนจีนก็เป็นไปในทิศทางบวก นับตั้งแต่ในหลวงและพระราชินี เสด็จเยือนจีน และล่าสุดการมาเยือนจีนของนายกฯอนุทินก็ช่วยสานสัมพันธ์ไทย-จีนได้เป็นอย่างดี

จีน ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 190 ล้านครั้งต่อปี ภายในปี 2573

ปิดดีลนายกฯอนุทิน เยือนจีน บูมท่องเที่ยว 2 ประเทศ ททท.ปั๊มจีนเที่ยวไทย ทะลุ 5 ล้านคน

ไม่เพียงการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยเท่านั้น แต่ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น ยังเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของ 2 ประเทศ โดยตามแผน 5 ปีของประเทศจีน ตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ถึง 190 ล้านครั้งต่อปี ภายในปี 2573 โดยคาดว่าจะสร้างรายได้กว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.01 ล้านล้านบาท

โดยรัฐบาลจีนได้ขยายมาตรการยกเว้นวีซ่า (วีซ่าฟรี) และเพิ่มการเชื่อมต่อการเดินทางทางระหว่างประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมถึงมีแผนปรับปรุง และอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น การชำระเงิน การเดินทาง การสื่อสาร การพัฒนาบริการหลายภาษา เป็นต้น ซึ่งการเดินทางของคนไทยไปเที่ยวจีน มีการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปีหลังการยกเว้นวีซ่า โดยในปี 2568 มีคนไทยเที่ยวจีน 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ราว 2 ล้านคน

การส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-จีน จึงเป็นความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน