
ไทยร่วม FIT Partnership ครั้งแรก เปิดเวทีการค้าใหม่ หนุน SMEs สู่ตลาดโลก
ไทยเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรี FIT Partnership ครั้งแรกในฐานะสมาชิกใหม่ มุ่งผลักดันการค้าและการลงทุนยุคใหม่ ลดอุปสรรคการค้า
KEY
POINTS
- ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่ของ FIT Partnership เป็นครั้งแรก เพื่อเปิดเวทีความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนแห่งอนาคต
- มุ่งผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดอุปสรรคและต้นทุนทางการค้า และสนับสนุนระบบการค้าที่เปิดกว้าง โปร่งใส และยึดตามกฎเกณฑ์
- มีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของไทยสามารถเข้าถึงตลาดโลกได้สะดวกยิ่งขึ้น
ประเทศไทยก้าวสู่เวทีความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนแห่งอนาคตอย่างเป็นทางการ หลังเข้าร่วม การประชุมรัฐมนตรี FIT Partnership ครั้งแรกในฐานะสมาชิกใหม่ โดยย้ำจุดยืนสนับสนุนระบบการค้าที่เปิดกว้าง โปร่งใส และยึดกฎเกณฑ์ พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยี ลดต้นทุนทางการค้า และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย
นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีหุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อการลงทุนและการค้าแห่งอนาคต ครั้งที่ 2 (2nd Future of Investment and Trade (FIT) Partnership Ministerial Meeting) ณ เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นการเข้าร่วมระดับรัฐมนตรีครั้งแรกของไทย ในฐานะสมาชิกใหม่ของ FIT Partnership
นางสาวกิริฎา เปิดเผยว่า FIT Partnership เป็นกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีการพึ่งพาทางการค้าและมีแนวคิดที่ยึดมั่นต่อกับระบบการค้าที่เปิดกว้าง โปร่งใส และตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ มุ่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์และพัฒนาแนวทางความร่วมมือในประเด็นการค้าและการลงทุนสมัยใหม่
โดยยังคงหลักการเข้าร่วมตามความสมัครใจ การเข้าร่วมกรอบความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเปิดโอกาสให้ไทยมีส่วนร่วมในการหารือ แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี และเชื่อมโยงความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและผู้ประกอบการไทย
“การเข้าร่วม FIT Partnership จะช่วยให้ไทยสามารถติดตามพัฒนาการด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศได้อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับประเทศสมาชิก เพื่อนำแนวคิดและความร่วมมือที่เหมาะสมมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย” นางสาวกิริฎากล่าว
ดันการค้า-ลดอุปสรรค ใช้ดิจิทัลหนุนผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ ในที่ประชุม FIT Partnership ได้หารือประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทาน การลดอุปสรรคทางการค้า การเปลี่ยนกระบวนการและเอกสารทางการค้าเป็นระบบดิจิทัล เทคโนโลยีทางการค้า การอุดหนุน และการเสริมสร้างระบบการค้าที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์
โดยไทยยืนยันความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ และให้ความสำคัญกับความร่วมมือที่ใช้ได้จริง ช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนทางการค้า ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้สะดวกขึ้น
นอกจากนี้ การดำเนินงานในประเด็นต่าง ๆ ควรค่อยเป็นค่อยไป คำนึงถึงระดับการพัฒนา ความพร้อม และลำดับความสำคัญทางนโยบายของสมาชิก รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานที่ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และความสามารถในการคาดการณ์ได้ของระบบการค้าพหุภาคี
สำหรับเรื่องการอุดหนุน ไทยเห็นว่าการสนับสนุนจากภาครัฐยังจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ แต่ควรดำเนินการอย่างโปร่งใส มีเป้าหมายชัดเจน และคำนึงถึงการแข่งขันอย่างเท่าเทียม
หารือนิวซีแลนด์ ต่อยอดการค้า
นางสาวกิริฎา เปิดเผยอีกว่า ได้หารือทวิภาคีกับนายทอดด์ แม็กแคลย์ รัฐมนตรีด้านการค้าและการลงทุนของนิวซีแลนด์ โดยทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ การใช้ประโยชน์จากความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ไทย-นิวซีแลนด์ (Thailand – New Zealand Closer Economic Partnership : TNZCEP) ตลอดจนโอกาสขยายความร่วมมือในสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพ โดยเฉพาะอาหาร การเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ศึกษาโมเดล Bioeconomy หนุนเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย
นอกจากนี้ ระหว่างการเข้าร่วมการประชุม FIT Partnership ได้เยี่ยมชม Bioeconomy Science Institute หรือ BSI เป็นสถาบันวิจัยด้านเศรษฐกิจชีวภาพของนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นสาขาที่นิวซีแลนด์มีความเชี่ยวชาญและเห็นถึงโอกาสในการแลกเปลี่ยนแนวทางการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาต่อยอดวัตถุดิบและศักยภาพการผลิต
โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร อาหารเพื่อสุขภาพ วัสดุชีวภาพ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมระหว่างไทยและนิวซีแลนด์
จับมือธุรกิจสตรี เชื่อมเครือข่าย SMEs สู่ตลาดโลก
นอกจากนี้ ยังได้หารือโต๊ะกลมร่วมกับผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจสตรีของนิวซีแลนด์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจและความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ อาทิ อาหารแห่งอนาคตเทคโนโลยีการเกษตร อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แฟชั่น หัตถกรรม และปัญญาประดิษฐ์
โดยทั้งสองฝ่ายแสดงความสนใจที่จะส่งเสริมการเชื่อมโยงเครือข่าย การจับคู่ธุรกิจ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการสตรีและ SMEs
ปัจจุบัน FIT Partnership มีสมาชิกรวม 19 ประเทศ ครอบคลุมเศรษฐกิจที่มี GDP รวมประมาณ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณร้อยละ 6 ของเศรษฐกิจโลก โดยการประชุมครั้งนี้ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ 3 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ เปรู และไทย สะท้อนการขยายตัวและความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของความร่วมมือในฐานะเวทีสำหรับพัฒนาแนวทางด้านการค้าและการลงทุนแห่งอนาคต





