
สนค. คาดค่าขนส่งไตรมาส 3 พุ่ง เหตุน้ำมันแพง-ผลผลิตเกษตรออกตลาด
สนค. เผยดัชนีค่าขนส่งสินค้าทางถนนไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่ม 11.1% จากราคาดีเซล ต้นทุนดำเนินงาน และค่าแรงที่สูงขึ้น คาดไตรมาส 3 ยังทรงตัวในระดับสูง รับแรงหนุนจากผลผลิตเกษตรและฤดูฝน
KEY
POINTS
- สนค. คาดการณ์ว่าค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนในไตรมาสที่ 3 จะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 2
- ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้นคือราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูง และความต้องการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากผลผลิตสินค้าเกษตรตามฤดูกาล
- อุปสรรคในช่วงฤดูฝนอาจทำให้การขนส่งใช้เวลานานขึ้น ประกอบกับต้นทุนอื่นที่สูงขึ้น เช่น ค่าบำรุงรักษา และการขาดแคลนพนักงานขับรถ
ต้นทุนโลจิสติกส์ไทยยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น หลังราคาน้ำมันดีเซลและต้นทุนการดำเนินงานปรับตัวสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่ไตรมาส 3 มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง จากแรงหนุนของฤดูกาลผลผลิตเกษตรและข้อจำกัดด้านการขนส่งช่วงฤดูฝน แม้ผู้ประกอบการบางส่วนยังเลือกแบกรับต้นทุนเพื่อรักษาฐานลูกค้า
ค่าขนส่ง Q2 พุ่ง คาด Q3 ยังสูงต่อเนื่อง
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ภาพรวมดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 โดยมีปัจจัยหลักจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก และคาดว่าในไตรมาสถัดไปดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนมีแนวโน้มจะทรงตัวในระดับสูง
ขณะที่ ไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 คาดว่าจะยังทรงตัวในระดับสูง โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งคาดว่าจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประกอบกับการขนส่งที่ได้รับแรงหนุนจากสินค้าเกษตรประจำฤดูกาลที่จะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในช่วงฤดูฝนอาจเป็นอุปสรรคต่อภาคการขนส่ง ซึ่งจะส่งผลให้ระยะเวลาในการขนส่งต่อเที่ยวสะสมนานขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแข่งขันด้านราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ประกอบการบางส่วนอาจเลือกที่จะแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาฐานลูกค้า
ค่าขนส่งภาคเกษตรเพิ่มสูง 15.5%
สำหรับดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามกิจกรรมการผลิต ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 สูงขึ้น 11.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 โดยเป็นการปรับตัวสูงขึ้นในทุกหมวด ได้แก่
- หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้น 15.5%
- หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้น 4.3%
- หมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้น 10.7%
ขณะที่ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 สูงขึ้น 11.3 % เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 โดยเป็นการปรับตัวสูงขึ้นของรถทุกประเภท ดังนี้
- รถกระบะบรรทุก สูงขึ้น 12.0%
- รถพ่วง สูงขึ้น 11.3%
- รถตู้บรรทุก สูงขึ้น 12.5%
- รถบรรทุกเฉพาะกิจ สูงขึ้น 6.1%
- รถบรรทุกของเหลว สูงขึ้น 9.1%
- รถบรรทุกวัสดุอันตราย สูงขึ้น 13.2%
- รถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว สูงขึ้น 4.8%
น้ำมันแพง-ขาดคนขับ ดันต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่ม
โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนปรับตัวสูงขึ้น มาจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก รวมถึงการขนส่งสินค้าเกษตรประจำฤดูกาลที่มีปริมาณความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในภาคโลจิสติกส์ยังเผชิญกับต้นทุนดำเนินงานอื่น ๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น ค่าบำรุงรักษาพาหนะ ค่าอะไหล่ และค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการ เป็นต้น รวมถึงปัญหาการขาดแคลนพนักงานขับรถบรรทุกที่มีทักษะ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาค่าบริการสูงขึ้น
แนะผู้ประกอบการเร่งปรับสู่โลจิสติกส์ดิจิทัล
ปัจจุบันผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย จากความผันผวนของราคาพลังงาน การเติบโตของธุรกิจ E-Commerce รวมถึงแรงกดดันในการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลจิสติกส์สีเขียว การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่ง
ดังนั้น ผู้ประกอบการควรยกระดับประสิทธิภาพและปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับโครงสร้างภาคการขนส่ง ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้จะติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ด้านโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายในการสนับสนุนและส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับภาคโลจิสติกส์ของไทยต่อไป






