
ต่างชาติแห่ลงทุนโลจิสติกส์ 4 พันล้าน ชี้ Middle Corridor โอกาสใหม่การค้าไทย
สนค.เผยธุรกิจโลจิสติกส์ไทยเดือนพฤษภาคม 2569 เปิดใหม่ 384 ราย เพิ่ม 32% ต่างชาติลงทุนกว่า 4,087 ล้านบาท ขณะการค้าระหว่างประเทศโตทุกช่องทาง ชี้ Middle Corridor เป็นโอกาสใหม่ขยายตลาดสู่ยุโรปและยูเรเซีย
KEY
POINTS
- นักลงทุนต่างชาติลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์ไทยมูลค่ากว่า 4,087 ล้านบาท โดยมีสิงคโปร์ จีน และฮ่องกงเป็นผู้ลงทุนหลัก
- เส้นทางสายกลาง (Middle Corridor) เป็นโอกาสทางการค้าใหม่สำหรับผู้ประกอบการไทยในการเชื่อมต่อจีนสู่ยุโรปและเปิดตลาดใหม่ในภูมิภาคยูเรเซีย
- เส้นทาง Middle Corridor ช่วยกระจายความเสี่ยงทางการค้าและลดระยะเวลาการเดินทางได้เมื่อเทียบกับเส้นทางเดิมที่ต้องผ่านรัสเซีย
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า รายงานภาพรวมธุรกิจโลจิสติกส์ไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 แสดงสัญญาณการขยายตัวที่น่าสนใจ โดยมีนิติบุคคลเปิดกิจการใหม่ถึง 384 ราย เพิ่มขึ้น 32.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่มูลค่าการค้าต่างประเทศขยายตัวต่อเนื่องทุกช่องทาง โดยเฉพาะการขนส่งทางอากาศที่เติบโตอย่างโดดเด่น
ปัจจุบันไทยมีนิติบุคคลในธุรกิจโลจิสติกส์สะสมรวมทั้งสิ้น 48,435 ราย โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ธุรกิจที่มีการเปิดกิจการใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
- การขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร เปิดใหม่ 182 ราย
- ตัวแทนดำเนินพิธีการศุลกากร เปิดใหม่ 64 ราย
- การขนส่งสินค้าอื่นๆ ทางถนน เปิดใหม่ 45 ราย
โดยปัจจัยสนับสนุนหลัก มาจากการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซและธุรกิจขนส่งพัสดุ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถิติการปิดกิจการที่มีจำนวน 42 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 31.3% ซึ่งอาจได้รับแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ยังทรงตัวในระดับสูงและพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ระมัดระวังมากขึ้น
ทั้งนี้สัดส่วนการลงทุนจากต่างชาติในธุรกิจโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น 28 โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 4,087 ล้านบาท สัญชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด 5 อันดับแรก สิงคโปร์, จีน, ฮ่องกง, เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์แอนทิลลีส
ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 มีรวมกว่า 2.38 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.41 โดยมีไฮไลต์สำคัญมาจากการขนส่งทางอากาศ สัดส่วน 33.23% เติบโตสูงถึง 34.62% จากการส่งออกเครื่องรับส่งสัญญาณโทรศัพท์ไปสหรัฐฯ และการนำเข้าตัวประมวลผลจากไต้หวัน
- การขนส่งทางถนน สัดส่วน 10.28% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยเฉพาะการส่งออก ทุเรียนไปจีนผ่านด่านศุลกากรนครพนมที่ยังคงเติบโต
- การขนส่งทางเรือ สัดส่วน 54.93% ยังคงเป็นช่องทางหลัก เติบโต 12.51% จากอานิสงส์การนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐฯ
- การขนส่งทางรถไฟ สัดส่วน 0.22% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยมีด่านหนองคายเป็นด่านสำคัญในการนำเข้าทุเรียนจากจีน
ยุทธศาสตร์ Middle Corridor โอกาสใหม่กระจายความเสี่ยง
ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เส้นทาง Middle Corridor หรือเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศทรานส์แคสเปียน (TITR) กำลังกลายเป็นทางเลือกสำคัญในการเชื่อมต่อจีนสู่ยุโรปโดยหลีกเลี่ยงรัสเซีย เส้นทางนี้มีระยะทางสั้นกว่าเส้นทางเหนือประมาณ 2,000 กิโลเมตร และช่วยลดเวลาเดินทางระหว่างจีน-ยุโรปได้อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับผู้ประกอบการไทย เส้นทางนี้เป็นโอกาสในการเปิดตลาดใหม่ในภูมิภาค ยูเรเซีย อาทิ คาซัคสถาน อาเซอร์ไบจาน และช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางเดิม แม้ปัจจุบันสัดส่วนการค้าของไทยผ่านเส้นทางรถไฟในแถบนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ ประมาณ 0.04% ของการค้ากับยุโรป แต่ถือเป็นช่องว่างที่มีศักยภาพในการขยายตัวได้อีกมากในอนาคต





