
ครม. ไฟเขียวเพิ่มงบ 359 ล้าน ลุยคลองระบายน้ำ ‘คลองตง’ แก้น้ำท่วมหาดใหญ่
ครม. อนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินก่อหนี้ผูกพันเป็น 359.52 ล้านบาท พร้อมขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันอีก 2 ปี สำหรับโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำคลองตง ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจำเป็นต้องปรับแบบก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเพิ่มงบประมาณโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำคลองตง ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
- เพิ่มกรอบวงเงินจาก 315 ล้านบาท เป็น 359.52 ล้านบาท และขยายระยะเวลาก่อสร้างไปจนถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
- สาเหตุของการเพิ่มงบมาจากความจำเป็นในการปรับแบบก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น
21 กรกฎาคม 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ให้เพิ่มกรอบวงเงินก่อหนี้ผูกพันและขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ สำหรับงานจ้างก่อสร้างคลองระบายน้ำพร้อมอาคารประกอบ ความยาว 4 กิโลเมตร โครงการคลองระบายน้ำคลองตง ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สาระสำคัญของมติครั้งนี้ คือ คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เพิ่มกรอบวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณของโครงการ จาก 315 ล้านบาท เป็น 359.52 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 44.52 ล้านบาท พร้อมขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2563–2568 เป็น พ.ศ. 2563–2570 เพื่อให้การก่อสร้างสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ การเพิ่มกรอบวงเงินดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการดำเนินโครงการพบข้อจำกัดด้านสภาพพื้นที่และแนวเส้นทางก่อสร้าง จึงจำเป็นต้องปรับแบบก่อสร้างและเพิ่มเติมรายการงานให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง อาทิ การปรับแนวคลองระบายน้ำ การย้ายตำแหน่งประตูระบายน้ำ การปรับรูปแบบคลองในบางช่วง และการเพิ่มงานระบบระบายน้ำ ซึ่งจะช่วยให้การก่อสร้างมีความเหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยไม่กระทบต่อวัตถุประสงค์ของโครงการ
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ตำบลพะตงและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนเป็นประจำ ช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดสงขลาในระยะยาว ตลอดจนสามารถพัฒนาพื้นที่โครงการให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำของชุมชนได้ในอนาคต







