thansettakij
thansettakij
“สรรเพชญ”ขานรับนโยบายนายกฯ เร่งดันท่าเรือระนองเชื่อมชุมพร

“สรรเพชญ”ขานรับนโยบายนายกฯ เร่งดันท่าเรือระนองเชื่อมชุมพร

19 ก.ค. 69 | 07:56 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.ค. 69 | 08:18 น.

“สรรเพชญ บุญญามณี” รมช.คมนาคม ขานรับนโยบายนายกฯ ดันท่าเรือระนอง เชื่อมชุมพร เร่งแก้ Missing Link เชื่อมราง-ถนน-ท่าเรือ สู่โลจิสติกส์ครบวงจร

KEY

POINTS

  • รมช.คมนาคม ขานรับนโยบายนายกฯ เร่งผลักดันการพัฒนาท่าเรือระนองให้เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เพื่อเชื่อมโยงกับจังหวัดชุมพร
  • มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพท่าเรือโดยจัดหาเครนยกสินค้าเพิ่ม ปรับปรุงท่าเทียบเรือ และขุดลอกร่องน้ำเพื่อรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่
  • เร่งแก้ไขโครงข่ายที่ยังไม่เชื่อมต่อ (Missing Link) โดยจะพิจารณาขยายถนนหลวงช่วงชุมพร-ระนอง และศึกษาการสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อถึงท่าเรือโดยตรง

วันนี้ (19 ก.ค.69) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ระบุรัฐบาลจะเร่งพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกที่จังหวัดระนอง เชื่อมโยงจังหวัดชุมพร พร้อมแก้ไขจุดที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เชื่อมต่อ หรือ Missing Link ทั้งระบบรางและทางถนน ควบคู่กับการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์

นายสรรเพชญ กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือระนองอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ภายหลังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของท่าเรือระนอง เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา และได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารจังหวัดระนอง ผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

ท่าเรือระนองมีศักยภาพพัฒนาสู่ประตูการค้าอันดามัน

จากการหารือ ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า ท่าเรือระนองมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมโยงประเทศไทยกับอินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา กลุ่มประเทศ BIMSTEC รวมถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และ ยุโรป แต่การพัฒนาจะต้องดำเนินการทั้งระบบ ตั้งแต่ภายในท่าเรือ พื้นที่หลังท่า ร่องน้ำเดินเรือ ตลอดจนโครงข่ายถนนและระบบรางที่เชื่อมต่อเข้าสู่ท่าเรือ

“นายกรัฐมนตรีได้วางทิศทางไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องเร่งทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ สามารถเชื่อมต่อกันและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ท่าเรือระนองมีทำเลที่ได้เปรียบและมีโอกาสทางการค้า แต่เราต้องทำให้เรือเข้าได้สะดวก ขนถ่ายสินค้าได้รวดเร็ว มีพื้นที่รองรับเพียงพอ และมีถนนกับระบบรางเชื่อมถึงท่าเรืออย่างสมบูรณ์” นายสรรเพชญ กล่าว

สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพภายในท่าเรือ การท่าเรือแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาเครนยกสินค้าเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดระยะเวลาการขนถ่ายสินค้า เพิ่มจำนวนรอบการให้บริการ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสายเรือและผู้ประกอบการ โดยแผนพัฒนาท่าเรือระนองยังครอบคลุมการปรับปรุงท่าเทียบเรืออเนกประสงค์และท่าเทียบเรือตู้สินค้า การติดตั้งเครนสำหรับยกขนสินค้า รวมถึงการพัฒนาลานวางตู้สินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น

เร่งลดข้อจำกัดการให้บริการเรือขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน จะเร่งจัดระเบียบและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่หลังท่า เพื่อรองรับลานวางตู้สินค้า คลังสินค้า จุดพักรถบรรทุก เขตปลอดอากร และกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากพื้นที่หลังท่าถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การรับ ส่ง พัก และกระจายสินค้าเป็นไปอย่างคล่องตัว ไม่เกิดปัญหาสินค้าตกค้างหรือรถบรรทุกสะสมบริเวณหน้าท่า

ในส่วนของร่องน้ำเดินเรือเข้าสู่ท่าเรือระนอง ซึ่งมีระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร จะประสานกรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำให้มีความลึกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เรือสินค้าเข้า-ออกได้สะดวก ปลอดภัย และลดข้อจำกัดในการให้บริการเรือขนาดใหญ่

                                              “สรรเพชญ”ขานรับนโยบายนายกฯ เร่งดันท่าเรือระนองเชื่อมชุมพร

ดันขยายถนนทางหลวงช่วงชุมพร–ระนอง

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะเร่งพิจารณาการปรับปรุงและขยายทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงชุมพร–ระนอง รวมทั้งการพัฒนาทางเลี่ยงเมืองระนองและทางเลี่ยงเมืองชุมพร เพื่อแก้ไขจุดคอขวด ลดระยะเวลาการเดินทางของรถบรรทุก และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือกับพื้นที่เศรษฐกิจ

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า Missing Link ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งคือ ระบบราง เนื่องจากปัจจุบันการขนส่งสินค้าทางรถไฟมาสิ้นสุดที่สถานีรถไฟสะพลี จังหวัดชุมพร ก่อนเปลี่ยนถ่ายขึ้นรถบรรทุกและเดินทางต่อไปยังท่าเรือระนอง อีกประมาณ 110 กิโลเมตร จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งศึกษาแนวทางขยายเส้นทางรถไฟจากอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เชื่อมต่อมายังท่าเรือระนองโดยตรง

การเชื่อมระบบรางเข้าสู่ท่าเรือจะช่วยลดขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายสินค้า ลดต้นทุนและระยะเวลาการขนส่ง ลดจำนวนรถบรรทุกบนท้องถนน และทำให้สินค้าจากภาคกลาง ภาคตะวันออก และพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคใต้ สามารถเชื่อมต่อออกสู่มหาสมุทรอินเดียได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ

“การพัฒนาท่าเรือระนองต้องเดินไปพร้อมกันทั้งร่องน้ำ ท่าเทียบเรือ เครนยกสินค้า พื้นที่หลังท่า ถนน และ ระบบราง เมื่อทุกส่วนเชื่อมถึงกัน ท่าเรือระนองจะสามารถทำหน้าที่เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามันได้อย่างเต็มศักยภาพ กระทรวงคมนาคมพร้อมรับนโยบายของนายกรัฐมนตรี และจะเร่งประสานทุกหน่วยงานให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศในระยะยาว” นายสรรเพชญ กล่าว