thansettakij
thansettakij
'ศุภจี' จับตาฮอร์มุซปะทุ หวั่นค่าครองชีพพุ่ง งัดแผนข้าวแกงรับมือ

'ศุภจี' จับตาฮอร์มุซปะทุ หวั่นค่าครองชีพพุ่ง งัดแผนข้าวแกงรับมือ

14 ก.ค. 69 | 10:40 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ค. 69 | 10:40 น.

รองนายกฯ ศุภจี จับตาความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ หวั่นต้นทุนพลังงานดันค่าครองชีพสูงขึ้น พร้อมเชื่อมวัตถุดิบลดต้นทุนร้านอาหารเตรียมเดินหน้าข้าวแกง 40 บาท หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

KEY

POINTS

  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและทำให้ค่าครองชีพในประเทศสูงขึ้น
  • กระทรวงพาณิชย์เตรียมมาตรการรับมือ โดยเน้นการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบอาหารซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบโดยตรง และเชื่อมโยงสินค้าเกษตรจากแหล่งผลิตสู่ร้านค้าเพื่อลดต้นทุน
  • เตรียมแนวคิดโครงการ "ข้าวแกง 40 บาท" โดยใช้ฐานข้อมูลร้านค้าจากแอปพลิเคชันถุงเงิน เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน และพร้อมผลักดันทันทีหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

วันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก ว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่น่ากังวล เนื่องจากมีสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งสถานการณ์นี้ทำให้เห็นว่ามีความไม่แน่นอนสูงและจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าครองชีพในประเทศ

 นางศุภจี ระบุว่า ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ต่างประเทศส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง แม้จะมีบางช่วงที่ราคาปรับลดลง แต่ราคาอาหารปรุงสำเร็จหรือ ข้าวแกง ในประเทศมักปรับตัวสูงขึ้นแล้วไม่ยอมลดลงตาม เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนข้าวแกงประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งค่าเช่าที่ ค่าแก๊สหุงต้ม ค่าแรง และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมกลไกทุกด้านที่อยู่ในความรับผิดชอบโดยตรงของกระทรวงเพื่อรับมือและให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

โดยส่วนที่กระทรวงพาณิชย์สามารถทำได้และได้สั่งการคือการดูแลต้นทุนวัตถุดิบซึ่งเป็นส่วนที่กระทรวงกำกับดูแลได้โดยตรง ซึ่งได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งเชื่อมโยงวัตถุดิบและสินค้าเกษตรจากแหล่งผลิตส่งตรงไปยังร้านค้าและตลาดสดในเครือข่าย เพื่อให้ร้านอาหารสามารถเข้าถึงวัตถุดิบราคาประหยัดได้มากที่สุด 

ส่วนที่ดำเนินการไปแล้วคือโครงการไทยช่วยไทยที่กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมาโดยใช้เครือข่ายร้านค้าส่งและจุดบริการไปรษณีย์ไทยกว่า 1,000 จุดทั่วประเทศ ในการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นที่ลดราคาพิเศษ20-50% เพื่อช่วยบรรเทาภาระประชาชน พร้อมทั้งดูแลรายการสินค้าควบคุมอย่างใกล้ชิดผ่านกลไก กกร. เพื่อให้การปรับราคาสินค้าเป็นไปตามโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมและเป็นธรรม ไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควร 

ส่วนนโยบายการจัดทำข้าวแกง 40 บาท นางศุภจีกล่าวว่ามาจากแนวคิดการนำฐานข้อมูลร้านค้าจากแอปพลิเคชัน ถุงเงินที่มีกว่า 2 แสนร้านค้า มาต่อยอดโครงการข้าวแกงราคาประหยัด โดยมีเป้าหมายให้ร้านค้าที่เข้าร่วมจัดทำเมนูทางเลือกในราคาที่เหมาะสม เช่น 40 บาท เพื่อเป็นทางออกให้กับประชาชนในภาวะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น 

อย่างไรก็ตามโครงการนี้อยู่ระหว่างการทบทวนรูปแบบและจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้โครงการเกิดความสมดุล และไม่บิดเบือนกลไกตลาดจนเกินไป แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นจนต้นทุนพลังงานดีดตัวสูงขึ้นอีกรอบ กระทรวงพาณิชย์ก็พร้อมที่จะผลักดันและยกระดับมาตรการเหล่านี้ทันทีเพื่อดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่หาเช้ากินค่ำไม่ให้ได้รับผลกระทบ