thansettakij
thansettakij
สินทรัพย์จีนเริ่มกลับมาอยู่ในเรดาร์นักลงทุนต่างชาติอีกครั้ง หลังตลาดโลกถูกขับเคลื่อนด้วย 2 ธีมใหญ่ ทั้งหุ้นเทคโนโลยีจากกระแส AI และความเสี่ยงสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ดันราคาพลังงานผันผวน

หุ้น-หยวน-บอนด์จีนคืนชีพ ทุนโลกหาหลุมหลบภัยจากหุ้น AI มูลค่าสูง-น้ำมันผันผวน

10 ก.ค. 69 | 04:41 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 69 | 04:49 น.

สินทรัพย์จีนเริ่มกลับมาอยู่ในเรดาร์นักลงทุนต่างชาติอีกครั้ง หลังตลาดโลกถูกขับเคลื่อนด้วย 2 ธีมใหญ่ ทั้งหุ้นเทคโนโลยีจากกระแส AI และความเสี่ยงสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ดันราคาพลังงานผันผวน ขณะที่จีนถูกมองเป็นสินทรัพย์ “ความสัมพันธ์ต่ำ” ช่วยกระจายความเสี่ยงพอร์ตลงทุน

KEY

POINTS

  • นักลงทุนทั่วโลกกำลังย้ายเงินทุนเข้าสินทรัพย์จีน (หุ้น, เงินหยวน, พันธบัตร) เพื่อใช้เป็นหลุมหลบภัยจากความผันผวนของหุ้นกลุ่ม AI ที่มีมูลค่าสูงและราคาน้ำมัน
  • สินทรัพย์จีนมีความน่าสนใจเนื่องจากมีความสัมพันธ์ต่ำ (low correlation) กับตลาดโลก โดยได้รับผลกระทบจากกระแสการลงทุน AI และความขัดแย้งด้านพลังงานในระดับที่จำกัด
  • ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากวัฏจักรเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของจีนที่เป็นอิสระจากชาติตะวันตก ตลอดจนการที่ตลาดถูกขับเคลื่อนโดยเงินทุนและนโยบายในประเทศเป็นหลัก

กระแสเงินทุนโลกในปี 2569 กำลังเปลี่ยนทิศทาง หลังตลาดการเงินระหว่างประเทศถูกครอบงำด้วย 2 ธีมหลัก คือ การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่หนุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ไต้หวัน และเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นแรง อีกด้านคือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และราคาพลังงานที่ผันผวน ทำให้ตลาดให้น้ำหนักกับธีมสงครามและเงินเฟ้อมากขึ้น

ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว นักลงทุนทั่วโลกเริ่มอ่อนไหวต่อหุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูง ค่าเงินดอลลาร์ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และราคาน้ำมัน ขณะที่สินทรัพย์จีนกลับมีความเชื่อมโยงกับทั้งกระแส AI และสงครามค่อนข้างต่ำ จึงเริ่มถูกมองเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการกระจายความผันผวนของพอร์ตลงทุน

จีนขยับสู่สินทรัพย์ความสัมพันธ์ต่ำ

รายงานของ DataTrack ระบุว่า บทบาทของสินทรัพย์จีนในตลาดโลกกำลังเปลี่ยนไปเป็น “สินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ต่ำ” กับสินทรัพย์หลักของโลก โดยข้อมูลตลาด ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 พบว่า เงินหยวนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐราว 5.4% ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน หุ้นบลูชิพในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ช่วงครึ่งแรกของปี ปรับตัวขึ้นเกือบ 11% เมื่อคำนวณในรูปดอลลาร์สหรัฐ ส่วนมูลค่าการถือครองหุ้น A-share ของนักลงทุนต่างชาติ เพิ่มขึ้นจาก 3.67 ล้านล้านหยวน ณ สิ้นปี 2568 เป็นมากกว่า 4 ล้านล้านหยวน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569

หุ้น-หยวน-บอนด์จีนคืนชีพ ทุนโลกหาหลุมหลบภัยจากหุ้น AI มูลค่าสูง-น้ำมันผันผวน

ตลาดพันธบัตรจีนยังส่งสัญญาณเสถียรภาพมากกว่าหลายสินทรัพย์เสี่ยง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปี ปรับลดลงเกือบ 10 จุดพื้นฐาน สวนทางกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเดียวกัน

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า เงินหยวน พันธบัตรรัฐบาลจีน และหุ้นปันผลสูงบางกลุ่ม เริ่มมีบทบาทเป็นสินทรัพย์เชิงป้องกันในช่วงที่ตลาดโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูง

3 ปัจจัยหนุนสินทรัพย์จีนผันผวนน้อย

เหตุผลสำคัญที่ทำให้สินทรัพย์จีนยังทรงตัวได้ในช่วงที่ความเสี่ยงโลกเพิ่มขึ้น มาจาก 3 ปัจจัยหลัก

ปัจจัยแรก คือ วัฏจักรเงินเฟ้อของจีนไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับยุโรปและสหรัฐฯ ทำให้นโยบายการเงินจีนได้รับแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed น้อยกว่า

ปัจจัยที่สอง คือ ตลาดจีนยังถูกกำหนดราคาโดยเงินทุนในประเทศและการชี้นำเชิงนโยบายเป็นหลัก จึงได้รับผลกระทบโดยตรงจากวัฏจักรการประเมินมูลค่าหุ้น AI ทั่วโลกในระดับจำกัด

ปัจจัยที่สาม คือ โครงสร้างพลังงานของจีนมีความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันน้อยกว่าประเทศนำเข้าพลังงานอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ อีกทั้งรัฐบาลจีนยังมีเครื่องมือดูแลราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ ทำให้ผลกระทบจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านต่อเงินเฟ้อและต้นทุนภาคธุรกิจยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

เงินทุนต่างชาติเลือกหุ้นเทค-ปันผลสูง

การไหลกลับของเงินทุนต่างชาติเริ่มเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนเกาหลีใต้ที่ในช่วงครึ่งแรกของปี ซื้อสินทรัพย์จีนผ่านหุ้นรายตัวและ ETF รวมประมาณ 2.819 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่น่าสนใจคือ ยอดซื้อหุ้น A-share ของนักลงทุนเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 130.55% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเงินทุนกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ชิป AI และห่วงโซ่อุปทานพลังงานใหม่ เช่น Naura Technology, Cambricon และ CATL

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า นักลงทุนต่างชาติไม่ได้มองสินทรัพย์จีนเป็นก้อนเดียวอีกต่อไป แต่เริ่มแยกการลงทุนออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มสินทรัพย์ผันผวนต่ำ เช่น พันธบัตรสกุลหยวน หุ้นปันผลสูง และหุ้นการเงินขนาดใหญ่ กับกลุ่มสินทรัพย์เติบโตที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายรัฐ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีพึ่งพาตนเอง ฮาร์ดแวร์ AI และพลังงานใหม่

ครัวเรือนจีนลดพึ่งอสังหาฯ

อีกแรงสนับสนุนระยะกลางของสินทรัพย์จีน คือ การเปลี่ยนโครงสร้างความมั่งคั่งของภาคครัวเรือนจีน โดยสินทรัพย์รวมของครัวเรือนจีนแตะจุดสูงสุดในช่วงต้นปี 2566 ก่อนลดลงต่อเนื่องราว 6 ไตรมาส และในช่วงหลังเริ่มทรงตัวใกล้ระดับ 730 ล้านล้านหยวน

ประเด็นสำคัญอยู่ที่สัดส่วนสินทรัพย์ของครัวเรือนจีนเริ่มเปลี่ยนจากการกระจุกตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่เงินสด เงินฝาก และสินทรัพย์ทางการเงินอื่นมากขึ้น

ข้อมูลในไตรมาสแรกปี 2569 ระบุว่า สัดส่วนอสังหาริมทรัพย์ในสินทรัพย์ครัวเรือนจีนลดลงจาก 67% ในช่วงจุดสูงสุดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2564 เหลือ 52% ขณะที่สัดส่วนเงินสดและเงินฝากเพิ่มจาก 16% เป็น 25% ส่วนสินทรัพย์ทางการเงินอื่นเพิ่มจาก 15% เป็น 20%

แนวโน้มนี้สะท้อนว่า ครัวเรือนจีนกำลังเข้าสู่กระบวนการ “ลดการพึ่งพาอสังหาริมทรัพย์” และเริ่มจัดสรรเงินไปยังสินทรัพย์ทางการเงินมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุน ประกันภัย หรือผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่ง

อย่างไรก็ตาม การโยกเงินจากเงินฝากไปสู่สินทรัพย์ทางการเงินจะเป็นกระบวนการแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่แรงหนุนที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันในระยะสั้น

เศรษฐกิจจีนยังฟื้นไม่เท่ากัน

แม้สินทรัพย์จีนจะถูกมองในฐานะทางเลือกกระจายความเสี่ยง แต่เศรษฐกิจจีนยังเผชิญความไม่สมดุลภายในอย่างชัดเจน โดยกลุ่มเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ได้รับความสนใจจากเงินทุน ขณะที่ภาคบริโภคและอสังหาริมทรัพย์ยังอ่อนแรง

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า ยอดค้าปลีกเดือนพฤษภาคมลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรช่วง 1-5 เดือนแรกลดลง 4.1% และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ช่วงเดียวกันลดลง 16.2%

ในทางกลับกัน ภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยียังขยายตัวแข็งแกร่ง โดยการผลิตเซมิคอนดักเตอร์เดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 23% และการผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 28%

ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำภาพเศรษฐกิจจีนที่ยังอยู่ในภาวะ “การผลิตและเทคโนโลยีแข็งแกร่ง แต่ดีมานด์ในประเทศและอสังหาริมทรัพย์อ่อนแอ”

นอกจากนี้ ระบบธนาคารจีนยังเผชิญแรงกดดันจากส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิที่ถูกบีบแคบ การถือครองสินทรัพย์ลักษณะคล้ายพันธบัตรรัฐบาลมากขึ้น และปัญหาเงินทุนหมุนวนอยู่ในระบบการเงิน แต่ยังไม่ไหลเข้าสู่เศรษฐกิจจริงอย่างเต็มที่

หากความต้องการสินเชื่อของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจยังไม่ฟื้นตัว การโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ทางการเงินอาจช่วยตลาดทุนได้บางส่วน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะเป็นแรงส่งหลักต่อเศรษฐกิจจริง

หลุมหลบภัยที่ยังต้องพิสูจน์

ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า แกนหลักของการลงทุนในสินทรัพย์จีนจะอยู่ที่ 3 เรื่อง คือ ความสัมพันธ์ต่ำกับตลาดโลก เสถียรภาพเชิงนโยบาย และแรงจัดสรรสินทรัพย์ใหม่ของภาคครัวเรือน

หากกระแสลงทุน AI ทั่วโลกแออัดมากขึ้น และสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านยังสร้างความไม่แน่นอนต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อ สินทรัพย์จีน โดยเฉพาะพันธบัตร เงินหยวน หุ้นปันผลสูง และอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายรัฐ ยังมีโอกาสถูกนำเข้าไปอยู่ในพอร์ตกระจายความเสี่ยงของเงินทุนโลก

อย่างไรก็ตาม สถานะ “หลุมหลบภัย” ของสินทรัพย์จีนยังไม่ใช่คำตอบที่ปราศจากความเสี่ยง หากการบริโภคภายในประเทศยังซบเซา ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่เห็นจุดต่ำสุด หรือความเสี่ยงในระบบธนาคารเพิ่มขึ้น บทบาทของจีนในฐานะสินทรัพย์ลดความผันผวนก็อาจถูกทดสอบอีกครั้ง

ที่มา Datatrack