thansettakij
thansettakij
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รัฐบาล ดันเวที กรอ. ดึงวาระใหญ่ขึ้นโต๊ะ รันโมเดลแก้ทุกปัญหาชีวิตประชาชน

09 ก.ค. 69 | 04:05 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ค. 69 | 04:29 น.

รัฐบาลประกาศใช้กลไกเวทีการประชุม กรอ. นายกฯ คุยหน่วยงานรัฐ-เอกชน แก้ปัญหาเชิงพื้นที่ ดึงเรื่องใหญ่กระทบประชาชนต้องขึ้นโต๊ะทันที นำร่องแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ สู่แผนบริหารจัดการน้ำ-ดันแซนด์บ็อกซ์ภาคใต้

KEY

POINTS

  • รัฐบาลปรับบทบาทเวที กรอ. จากการหารือเศรษฐกิจภาพใหญ่ ให้เป็นกลไกแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง
  • นำร่องโมเดลใหม่โดยหยิบยกปัญหาการบริหารจัดการน้ำและป้องกันอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขึ้นเป็นวาระพิเศษเร่งด่วน
  • แนวทางการทำงานใหม่เน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อร่วมกันหาทางออกและเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นการป้องกันล่วงหน้า
  • โมเดลแก้ปัญหานี้จะถูกนำไปปรับใช้กับพื้นที่อื่น ๆ ที่ประสบปัญหาใหญ่ เช่น ภัยแล้ง โลจิสติกส์ หรือการท่องเที่ยว เพื่อเร่งหาทางออกอย่างตรงจุด

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุม คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ได้หยิบยกประเด็นเร่งด่วน กรณีการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ใช้กลไกของ กรอ. เป็นเวทีแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ โดยยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

“ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานมิติใหม่ ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการให้ กรอ. เป็นมากกว่าเวทีหารือเศรษฐกิจภาพใหญ่ แต่เป็นกลไกแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ โดยยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง” นางสาวรัชดา ระบุ

นางสาวรัชดา กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเกิดจากนายกรัฐมนตรีต้องการให้นำปัญหาสำคัญของพื้นที่เข้าสู่การพิจารณาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องที่กระทบชีวิตประชาชน ภาคเกษตร ผู้ประกอบการ การท่องเที่ยว การค้า และความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจท้องถิ่น หากเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีผลกระทบกว้าง รัฐบาลพร้อมหยิบขึ้นเป็นวาระพิเศษของ กรอ. เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออก

กรณีการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นตัวอย่างของการทำงานเชิงพื้นที่ที่รัฐบาลต้องการผลักดัน เพราะไม่ใช่เพียงปัญหาน้ำท่วม แต่เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจเมือง การท่องเที่ยว การค้าชายแดน ภาคบริการ ระบบอาหาร และความปลอดภัยของประชาชนจำนวนมาก

นางสาวรัชดา กล่าวว่า จุดสำคัญของการประชุมลักษณะนี้ คือการนำข้อมูลจากหลายฝ่ายมาอยู่บนโต๊ะเดียวกัน ทั้งจังหวัด ภาคเอกชน หน่วยงานน้ำ หน่วยงานการคลัง หน่วยปฏิบัติ และหน่วยงานส่วนกลาง เพื่อให้การตัดสินใจไม่เกิดจากส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียว แต่สะท้อนปัญหาจริงของพื้นที่ เสียงของผู้ประกอบการ และความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

รัฐบาลต้องการเปลี่ยนวิธีรับมือจากการรอให้เกิดเหตุแล้วจึงเยียวยา ไปสู่การป้องกันล่วงหน้า ลดความเสียหาย และวางระบบให้พื้นที่มีความพร้อมมากขึ้น โดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี แผนปฏิบัติ และความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชนเป็นฐานสำคัญ เพื่อให้การแก้ปัญหาไม่ใช่เพียงมาตรการเฉพาะหน้า แต่เป็นระบบที่ใช้ได้จริงในระยะยาว

 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

นางสาวรัชดา กล่าวว่า โมเดลนี้จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะที่หาดใหญ่ หากพื้นที่อื่นมีปัญหาใหญ่ที่กระทบประชาชนและเศรษฐกิจ เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว หรือคอขวดทางเศรษฐกิจท้องถิ่น รัฐบาลพร้อมใช้ กรอ. เป็นเวทีเฉพาะกิจเพื่อเร่งหาทางออก โดยให้พื้นที่ ภาคเอกชน และหน่วยงานรัฐร่วมกันกำหนดแนวทางที่เหมาะสม

“รัฐบาลต้องการให้ กรอ. เป็นกลไกที่ประชาชนเห็นผลได้ ไม่ใช่เพียงการประชุมเชิงนโยบาย แต่เป็นพื้นที่ทำงานร่วมกันของรัฐ เอกชน และพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงให้เร็ว โปร่งใส ตรงจุด และยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวตั้ง” นางสาวรัชดา กล่าว

สำหรับเนื้อหาการประชุม กรอ.นัดพิเศษ มีวาระหารือเรื่องเดียว คือ การเตรียมความพร้อมและป้องกันอุทกภัย อำเภอหาดใหญ่ จ. สงขลา ก่อนเข้าสู่ฤดูมรสุมปี 2569 โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและภาคธุรกิจ เอกชนในพื้นที่ รวมทั้งจะเป็นแซนด์บอกซ์ นำมาใช้กับพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ ก่อนฤดูมรสุมใต้ในปลายปีนี้

 

นายกรัฐมนตรี ประชุม กรอ.นัดพิเศษ ที่ทำเนียบรัฐบาล

 

ทั้งนี้ สทนช. ได้รายงานต่อที่ประชุมถึงแผนแม่บท จากการถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย ที่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับอุทกภัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่ง กรอ. สงขลาได้เสนอโครงการเร่งด่วน 9 รายการ ตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำแบบ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้สามารถดำเนินการแล้วเสร็จก่อนฤดูฝน 

รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ เช่น การขุดลอกท่อ การจัดหาครุภัณฑ์ป้องกันและช่วยเหลือน้ำท่วม การติดตั้งประตูระบายน้ำอัตโนมัติและระบบควบคุมทางไกล การเพิ่มประสิทธิภาพความจุการระบาย และการขุดลอกและกำจัดวัชพืช เป็นต้น 

อย่างไรก็ตามที่ประชุม มอบหมายให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับ สทนช. และสำนักงบประมาณ เพื่อพิจารณาแผนงาน โครงการและงบประมาณ โดยให้พิจารณาสอดคล้องกับข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการ กรอ. สงขลา เพื่อตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่และเป็นไปตามแผนงาน สทนช. 

นายกรัฐมนตรียังมอบหมายกระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยหลักขอรับการจัดสรรงบ พร้อมให้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนงานและกรอบงบประมาณการแก้ไขน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยบูรณาการโครงการคมนาคมและระบบบริหารจัดการน้ำเข้าด้วยกัน ก่อนเสนอรองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) เพื่อพิจารณาบรรจุไว้ในแผนงานประจำปีของแต่ละหน่วยงานต่อไป