thansettakij
thansettakij
สรท.ปรับเป้าส่งออกไทย โต 8-10% คาดครึ่งปีหลังยังมีโอกาสรับแรงหนุนต้นทุนพลังงาน-ค่าไฟลด ตลาดตะวันออกกลางฟื้น

เปิด 5 ปัจจัยหนุนส่งออกไทย สรท. ลุ้นทั้งปีโต 8-10%

03 ก.ค. 69 | 05:13 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ค. 69 | 06:18 น.

สรท.ปรับเป้าส่งออกไทย โต 8-10% คาดครึ่งปีหลังยังมีโอกาสรับแรงหนุนต้นทุนพลังงาน-ค่าไฟลด ตลาดตะวันออกกลางฟื้น แต่ยังต้องจับตาค่าเงิน นโยบายสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

KEY

POINTS

  • สรท. ปรับคาดการณ์การส่งออกไทยปี 2569 ว่าจะขยายตัวได้ที่ 8-10% แม้จะมีความท้าทายรอบด้าน
  • ปัจจัยหนุนสำคัญคือการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง
  • การฟื้นตัวของตลาดตะวันออกกลาง และการเติบโตของสินค้าดาวรุ่งกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นอีกแรงส่งสำคัญ
  • ความได้เปรียบด้านค่าระวางเรือที่ต่ำกว่าคู่แข่งอย่างจีน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า

วันนี้ (3 กรกฎาคม 2569) นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธาน สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ระบุว่า การส่งออกของไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 มีมูลค่า 34,333 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 10.6% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 

ขณะที่ การนำเข้ามีมูลค่า 40,044.5 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 35.1% ดุลการค้าขาดดุล 5,711.4 ล้านดอลลาร์ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 8.6% 

5 เดือนแรกส่งออกขยายตัว 17%

สำหรับภาพรวม 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกมีมูลค่า 162,085.9 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้ามีมูลค่า 187,295.2 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 35.6% ดุลการค้าขาดดุล 25,209 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ การส่งออก 5 เดือนแรกของปี 2569 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 16.7%

ทั้งนี้ สรท.ปรับประมาณการการส่งออกปี 2569 เติบโตได้อย่างน้อยในอัตราที่ 8-10% แม้จะมีอุปสรรครอบด้านแต่ภาพรวมตลอดทั้งปี 2569 แต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมามีการเร่งนำเข้า ของประเทศคู่ค้าสำคัญพอสมควร

สถานการณ์ส่งออกปี 69 มีโอกาสขยายตัว

อย่างไรก็ตาม สรท.ยังมองสถานการณ์ส่งออก ปี 2569 ยังคงมีโอกาสขยายตัวได้มากขึ้น แต่จำเป็นต้องมีการประเมินสถานการณ์ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงความต่อเนื่องของความต้องการสินค้าจากประเทศคู่ค้าสำคัญหลายแห่ง 

นายธนากร กล่าวเพิ่มเติมว่า สรท.ให้ความสำคัญและเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงและความผันผวนที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกที่สำคัญ สรุปภาพรวมปัจจัยบวกและปัจจัยสนับสนุน 

1. การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต หากภาครัฐสามารถควบคุมต้นทุนไม่ให้สูงขึ้นได้ จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนดอกเบี้ยและต้นทุนพลังงาน ที่มีแนวโน้มจะลดลง ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการต้านทานราคาตลาดที่ตกต่ำได้

 2.แนวโน้มค่าไฟฟ้าที่ลดลง แม้ค่าไฟ (FT) ในเดือนพฤษภาคมจะเคยพุ่งสูงขึ้นถึง 72% แต่คาดการณ์ว่าในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปีนี้ ค่าไฟจะปรับตัวลดลง และจะไม่มีการแย่งใช้ไฟฟ้าจากอุตสาหกรรม Data Center ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องต้นทุนการผลิต 

3. การฟื้นตัวของตลาดตะวันออกกลาง ความต้องการซื้อที่เคยอั้นไว้ในช่วงต้นปีจากความกังวลสถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มผ่อนคลายลง ทำให้คำสั่งซื้อเริ่มกลับมา 

4. กลุ่มสินค้าดาวรุ่ง ได้แก้กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และตู้แช่ คาดว่าจะเติบโตได้ดีมากในช่วงปลายปี 

5. ความได้เปรียบด้านค่าระวางเรือ หากไทยสามารถรักษาค่าระวางเรือให้ต่ำกว่าจีน ได้ จะสร้างอำนาจการแข่งขันในการส่งออกสินค้าได้มากกว่า 

ปัจจัยท้าทายและข้อควรระวัง

การแข่งขันด้านค่าเงิน ค่าเงินของคู่แข่งอย่าง อินโดนีเซียอ่อนค่ากว่าไทยมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันโดยตรงในกลุ่มสินค้ายานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าเกษตร เช่น น้ำมันปาล์ม 

อย่างไรก็ตาม นโยบายการนำเข้าของสหรัฐฯ เป็นตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของการส่งออกไทยในครึ่งปีหลัง อุปสรรคทางกฎหมาย ขั้นตอนการส่งออกและกฎหมายที่ซับซ้อนยังคงเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้ทำงานได้สะดวกขึ้น