thansettakij
thansettakij
ผู้บริโภคกระอัก สินค้าแพงลากยาว สวนทางน้ำมันโลกดิ่ง

ผู้บริโภคกระอัก สินค้าแพงลากยาว สวนทางราคาน้ำมันโลกดิ่ง

30 มิ.ย. 69 | 21:03 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มิ.ย. 69 | 22:57 น.

สินค้าและบริการไร้สัญญาณปรับลดราคา หวั่นลากยาวถึงสิ้นปี สวนทางน้ำมันโลกขาลง นักวิชาการและผู้ประกอบการชี้โครงสร้างต้นทุนยังตึงตัวจากค่าไฟ-ค่าแรง ลุ้นรอบสต็อกสินค้า 3 เดือน

KEY

POINTS

  • แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวลดลง แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศยังไม่ลดลงตาม และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงไปจนถึงสิ้นปี
  • ภาคเอกชนชี้แจงว่าต้นทุนการผลิตส่วนอื่นยังคงสูงอยู่ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ค่าแรง และค่าขนส่งโดยรวม
  • สินค้าที่วางจำหน่ายในปัจจุบันเป็นสต็อกที่ผลิตในล็อตเก่าซึ่งมีต้นทุนสูง การปรับลดราคาอาจเกิดขึ้นได้ในรอบการผลิตถัดไปหากต้นทุนลดลงต่อเนื่อง
  • ผู้ประกอบการหลายรายเลือกใช้วิธีบริหารจัดการต้นทุนภายใน เช่น การใช้เทคโนโลยี การล็อกราคาวัตถุดิบล่วงหน้า เพื่อตรึงราคาสินค้าและลดผลกระทบต่อผู้บริโภค

สถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในปัจจุบันกำลังสร้างความสับสนให้กับสังคม เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา แต่ราคาป้ายบนชั้นวางสินค้ากลับไม่มีทีท่าจะปรับลดลงตาม ทำให้ผู้บริโภคยังต้องแบกรับภาระราคาสินค้าที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันก็สัญญาณว่า ราคาสินค้าที่ขึ้นไปแล้วจะลากยาวต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี

ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์นักวิชาการด้านค้าปลีก และเลขาธิการสมาพันธ์ผู้ค้าปลีกแห่งเอเชียแปซิฟิก (FARPA) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลง แต่ราคาสินค้ายังคงทรงตัวหลังจากปรับราคาสูงขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนพลังงานอื่นและค่าแรงที่ยังไม่นิ่ง รวมถึงกลไกราคาต้องรอรอบการผลิตใหม่ควบคู่กับการประเมินกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลังที่อาจซบเซา

เปรียบเทียบราคาช่วงเกิดวิกฤตต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบสูงขึ้นกับสถานการณ์ปัจจุบัน เดือนมิ.ย. 69

น้ำมันลดแต่ค่าไฟฟ้า-ค่าแรง ยังสูง

ความซับซ้อนของโครงสร้างต้นทุน ราคาน้ำมันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนทั้งหมดเท่านั้น ในความเป็นจริงยังมีปัจจัยต้นทุนอื่น ๆ ที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้า ต้นทุนค่าแรง และค่าขนส่งในภาพรวม

“ผู้ผลิตไม่สามารถปรับราคาสินค้าขึ้นลงตามราคาน้ำมันรายวันได้ เพราะกลไกการผลิตและการบริหารจัดการสินค้าทำเป็นล็อต โดยปกติแล้วสินค้าหนึ่งล็อตจะมีอายุการบริหารจัดการเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 เดือน ดังนั้นสินค้าที่วางขายอยู่ในปัจจุบันจึงเป็นต้นทุนจากล็อตการผลิตเดิม หากราคาน้ำมันหรือวัตถุดิบลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงรอบการผลิตถัดไปในอีก 3 เดือนข้างหน้า ผู้บริโภคจึงอาจจะมีโอกาสได้ลุ้นเห็นการปรับลดราคา หรือหากผันผวนราคาสินค้าก็ยังคงทรงตัวในระดับสูงจนถึงสิ้นปี”

อีกปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ “ค่าไฟฟ้า” หรือค่า FT ที่มีการปรับตัวสูงขึ้นไปก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค. ซึ่งถือเป็นต้นทุนคงที่สำคัญของภาคการผลิต แม้ราคาน้ำมันจะลดลงแต่หากค่าไฟฟ้ายังสูง ต้นทุนรวมก็ยังคงตึงตัวอยู่ ขณะที่ ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนผลักดัน (Cost-Push Inflation) ซึ่งไม่ได้มีเพียงปัจจัยภายในประเทศ แต่ยังรวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบระดับโลกและสงครามในต่างประเทศที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยุติลงเมื่อใด ทำให้ผู้ผลิตต้องตั้งราคาเพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต

เปรียบเทียบราคาช่วงเกิดวิกฤตต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบสูงขึ้นกับสถานการณ์ปัจจุบัน เดือนมิ.ย. 69 ด้านพลังงาน

แนวโน้มในครึ่งปีหลัง สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าเรื่องราคาสินค้าคือ “กำลังซื้อ” ของประชาชน จากสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปทำให้ยากที่ราคาสินค้าจะกลับไปอยู่ในระดับต่ำมากเหมือนในอดีต ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เช่น โครงการไทยช่วยไทย อาจช่วยประคองกำลังซื้อได้ในระดับหนึ่ง

โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ดูเหมือนจะได้รับอานิสงส์และมีการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่ดีกว่าคนในกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินที่หมุนเวียนในระบบอาจยังไม่รวดเร็วหรือรุนแรงพอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสัดส่วนการลงเงินที่แตกต่างกัน

รอกลไกตลาดปรับลดราคา

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชารองประธานกรรมการหอการค้าไทยและนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย กล่าวว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลงในช่วง 10 วันที่ผ่านมาแต่ต้นทุนค่าขนส่งและราคาวัตถุดิบสำหรับผู้ประกอบการ เช่น พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ยังคงอยู่ในระดับเดิมและยังไม่ประกาศปรับลดราคาลง ต้องรอติดตามสถานการณ์อีกประมาณ 1 เดือน หากราคาน้ำมันยังคงทรงตัวหรืออยู่ในทิศทางขาลงอย่างต่อเนื่อง กลไกตลาดจะเริ่มทำงานและน่าจะเห็นผลการปรับลดราคาสินค้าที่ชัดเจนขึ้น

เปรียบเทียบราคาช่วงเกิดวิกฤตต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบสูงขึ้นกับสถานการณ์ปัจจุบัน เดือนมิ.ย. 69 ด้านเกษตรกรรม

“ปกติเมื่อราคาต้นทุนต่าง ๆ ปรับตัวลง ผู้ผลิตก็มักจะไม่ค่อยทำหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการเหมือนตอนที่ปรับราคาขึ้น และอาจจะใช้วิธีการปรับลดราคาให้แก่ลูกค้าบางรายก่อน แต่เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และราคาสินค้าไม่ยอมลดลงตาม จะถือเป็นสภาพการณ์ที่ไม่ปกติ และอาจมีผู้ซึ่งการอาศัยจังหวะในช่วงที่น้ำมันขาขึ้นเพื่อปรับราคาเพียงอย่างเดียว”

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ในตลาดมักมีผู้ผลิตหลายราย เมื่อราคาต้นทุนลดลง การแข่งขันจะเป็นตัวบังคับให้ราคาลดลงตามในที่สุด เพราะหากผู้ผลิตรายใดไม่ยอมลดราคา ก็อาจจะสูญเสียฐานลูกค้าให้กับรายอื่นที่ต้องการทำตลาดเพื่อรักษาลูกค้าไว้ ขณะเดียวกัน หากต้นทุนลดลงแต่ราคาสินค้ายังคงไม่ปรับลดลงด้วย ก็อาจสะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ไม่มีการแข่งขันหรือมีลักษณะเป็น “Monopoly” (การผูกขาด) ดังนั้น ต้องดูปัจจัยที่จะส่งผลต่อการปรับลดราคาสินค้าหรือกลุ่มสินค้าต่างๆ ในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

เปรียบเทียบราคาช่วงเกิดวิกฤตต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบสูงขึ้นกับสถานการณ์ปัจจุบัน เดือนมิ.ย. 69 ด้านบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค

สายการบินยันราคาน้ำมันเครื่องบินยังพุ่ง

หลังจากเกิดสงครามตะวันออก กลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันอากาศยาน (Jet A-1) ในช่วง 1-2 เดือนแรก มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พุ่งสูงขึ้นไปกว่า 240 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้สายการบินมีต้นทุนต่อเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเป็น 40% จากเดิมน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนต้นทุนราว 30%ต่อเที่ยวบิน ทำให้สายการบินต้องมีการปรับค่าธรรมน้ำมัน (Fuel Surcharge) ส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้น10-15%

แต่จนถึงปัจจุบันเหตุการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความผันผวน แม้ราคาน้ำมันอากาศยานในปัจจุบันจะลงมาอยู่ในระดับ 140 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล แต่ก็ยังถือว่าสูงกว่าก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ที่จะอยู่ที่ประมาณ 80-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล

ด้วยเหตุที่ต้นทุนด้านน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นรายจ่ายหลักของสายการบินยังคงสูงกว่าสภาวะปกติเกือบเท่าตัว ส่งผลให้ในช่วงไตรมาส 3 นี้ สายการบินต่าง ๆ ยังไม่สามารถปรับลดราคาค่าตั๋วเครื่องบินลงได้มากนัก แต่บางสายการบินก็อาจจะปรับลดค่าธรรมเนียมน้ำมันลงได้บ้าง

หากสายการบินไม่ขาดทุนจากการทำประกันราคาน้ำมัน (เฮดจิ้งน้ำมัน) ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ บางสายการบิน จะปรับค่าธรรมเนียมน้ำมันลดลง 14% ราคาตั๋วเครื่องบินก็จะลดลงได้บ้าง แต่บางสายถ้าขาดทุนเฮดจิ้งน้ำมัน ก็ยังไม่สามารถปรับลดราคาตั๋วหรือค่าธรรมเนียมน้ำมันลงได้

ส่งผลให้สายการบินต้องเร่งบริหารต้นทุน ด้วยการลดความถี่เที่ยวบิน และหยุดให้บริการบางเส้นทางชั่วคราว ในตลอดไตรมาส 2-3 ของปีนี้ โดยเฉพาะเส้นทางระยะกลาง-ไกลที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงสูง ขณะที่บางเส้นทางภายในประเทศก็ได้รับผลกระทบตามมาเช่นกัน

เปรียบเทียบราคาช่วงเกิดวิกฤตต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบสูงขึ้นกับสถานการณ์ปัจจุบัน เดือนมิ.ย. 69 ด้านค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ

“ฟาร์มเฮ้าส์” คุมต้นทุนทั้งระบบ

ขณะที่นายอภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทเผชิญต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และโลจิสติกส์ จากผลกระทบ ของราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่งผลให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% ส่วนวัตถุดิบบางประเภทปรับราคาสูงขึ้นราว 30% บางรายการเพิ่มขึ้น 50% และบางชนิดปรับตัวมากกว่า 100% ขณะที่บริษัทมีระบบกระจายสินค้าของตนเอง ทำให้เมื่อราคาน้ำมันปรับขึ้น ต้นทุนการขนส่งก็เพิ่มขึ้นทันที

แม้ต้นทุนจะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทเลือกใช้แนวทางบริหารจัดการภายในมากกว่าการผลักภาระไปยังผู้บริโภคโดยทบทวนกระบวนการทำงานตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบ การผลิต การบริหารคลังสินค้า ไปจนถึงการควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น

หากต้นทุนวัตถุดิบในอนาคตปรับลดลง บริษัทก็พร้อมส่งต่อประโยชน์ให้ผู้บริโภค เช่นเดียวกับปี 2568 ที่เมื่อราคาแป้งสาลีลดลง บริษัททยอยปรับลดราคาสินค้าบางรายการลงประมาณ 5-10% แม้อัตรากำไรจะลดลงก็ตาม

ใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน 15%

นางชัยลดา ตันติเวชกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒน-พิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แรงกดดันด้านต้นทุนในปีนี้ไม่ได้มาจากราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงค่าขนส่ง ต้นทุนโลจิสติกส์ ต้นทุนการกระจายสินค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายจากช่องทางจำหน่ายและผู้ค้าปลีกที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่บริษัทยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นราคาสินค้า โดยเลือกบริหารต้นทุนผ่านการลดกิจกรรมส่งเสริมการขายหรือโปรโมชั่นบางส่วน เพื่อช่วยรักษาระดับราคาสินค้าและแบ่งเบาภาระผู้บริโภค

“ยอมรับว่า ยอดขายในช่วงที่ผ่านมาเติบโตไม่มากนัก เนื่องจากผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย แต่เชื่อว่าหากเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นฟื้นตัว ยอดขายจะทยอยปรับดีขึ้นตามกำลังซื้ออีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้ประมาณ 15% ช่วยลดผลกระทบ จากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น”

นอกจากนี้ การเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าหลากหลายแบรนด์ ยังช่วยให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตสินค้า หากสินค้าบางกลุ่มมีต้นทุนเพิ่มขึ้นก็สามารถบริหารสัดส่วนสินค้าในกลุ่มอื่นเพื่อรักษาระดับราคาขายโดยรวมและลดผลกระทบต่อผู้บริโภค

ดึงเทคโนโลยีช่วยบริหารต้นทุน

นายกิจจา วงศ์วารี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AROMA GROUP กล่าวว่า แรงกดดันหลักอยู่ที่ต้นทุนการนำเข้า ค่าขนส่ง และราคาพลังงานที่มีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญความยากลำบากในการวางแผนต้นทุนระยะยาว ขณะเดียวกันบางช่วงเวลาอาจเห็นการทรงตัวหรือปรับลดลงของต้นทุนบางรายการ ทำให้ภาพรวมตลาดอยู่ในภาวะไม่แน่นอนมากกว่าจะเป็นวิกฤตโดยตรง

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นราคาสินค้าในภาพรวม โดยยังคงรักษาระดับราคาเดิม เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านกาแฟ ทั้งนี้บริษัทเลือกใช้กลยุทธ์บริหารต้นทุนแทนการผลักภาระไปยังผู้บริโภค ผ่านการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน อาทิ เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่ช่วยลดต้นทุนด้านบุคลากร โมเดล Pay per Cup ที่ช่วยลดภาระการลงทุนซื้อเครื่องชงกาแฟ และระบบบริหารจัดการการขายที่ช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ

“บริษัทยังคงรักษาฐานราคาสินค้าหลักให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ พร้อมเพิ่มทางเลือกสินค้าในกลุ่มพรีเมียม เช่น เมล็ดกาแฟนำเข้าและมัทฉะเกรดพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการสินค้าคุณภาพสูง โดยสินค้ากลุ่มดังกล่าวจะมีราคาสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งแนวทางนี้ช่วยให้คู่ค้าสามารถรักษาอัตรากำไรได้ ท่ามกลางภาวะต้นทุนและเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน”

ค่าบริการในหมวดขนส่งพัสดุ ที่ปรับขึ้นราคา

ล็อกต้นทุน 2-3 ไตรมาส

นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG Corporation กล่าวว่า ความขัดแย้งและสถานการณ์สงครามในหลายภูมิภาคทั่วโลกยังคงกดดันต้นทุนในภาพรวม โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบบางประเภทที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมดังกล่าวยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่ “ดีหรือแย่” อย่างชัดเจน แต่เป็นภาวะความผันผวนของต้นทุนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

แต่บริษัทยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เนื่องจากผลกระทบ ต่อโครงสร้างต้นทุนยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยประเมินว่าหากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นทุก 10 บาท จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 0.4% เท่านั้น

สำหรับกลยุทธ์รับมือ หากต้นทุนปรับสูงขึ้นจนไม่สามารถแบกรับได้ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้า B2B ที่ไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าหน้าร้านได้ บริษัทจะใช้ศูนย์วิจัยและพัฒนา KCG Excellence Center เข้ามาปรับสูตรผลิตภัณฑ์ ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำกว่า แต่ยังคงคุณภาพและรสชาติใกล้เคียงเดิม เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถจำหน่ายสินค้าในราคาเดิมได้

นอกจากนี้ KCG ยังมีการบริหารต้นทุนเชิงรุกผ่านการทำ ForwardBooking และล็อกราคาวัตถุดิบหลักรวมถึงบรรจุภัณฑ์ล่วงหน้า 2-3 ไตรมาส และบางรายการล็อกราคาตลอดทั้งปี เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสร้างความมั่นคงด้านต้นทุนการผลิต

สินค้าไอทีต้นทุนแรมพุ่ง

นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข เป็นนักธุรกิจชั้นนำและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ผู้ก่อตั้ง บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยีและดิจิทัลไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของไทย กล่าวว่าสินค้าไอทีอยู่ในช่วงของการขึ้นราคา

โดยเชื่อว่าหลังจากที่สินค้า Apple มีการปรับราคา ในช่วง 2-3 เดือนนี้ สินค้าไอทีอื่นจะทยอยปรับราคาขึ้นตาม ทั้งเครื่องเล่นเกมPlayStation 5 หรือ หน่วยความจำ เนื่องจากขณะนี้ยังเป็นสินค้าในสต็อกเดิมอยู่ หากมีสินค้าใหม่เข้ามาราคาจะขยับขึ้นตามต้นทุน ซึ่งการปรับราคาขึ้นส่งผลกระทบต่อตลาดปีนี้แน่นอน