thansettakij
thansettakij
คลังเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน วางเป้าเพิ่มไฟฟ้าสะอาด 51% ชู 5T เคลื่อนเศรษฐกิจ

คลังเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน วางเป้าเพิ่มไฟฟ้าสะอาด 51% ชู 5T เคลื่อนเศรษฐกิจ

25 มิ.ย. 69 | 09:50 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 10:29 น.

คลังเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน วางเป้าเพิ่มไฟฟ้าสะอาด 51% ในปี 2580 ชู 5T เคลื่อนเศรษฐกิจ มุ่งผลักดันการลงทุน เพิ่มเป็น30%

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 51% ภายในปี 2580 เพื่อรับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจและกติกาการค้าโลก
  • ชูนโยบาย "5T" เป็นยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อนและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ประกอบด้วย Target (ตรงเป้า), Transition (เปลี่ยนผ่าน), Transform (พลิกโฉม), Transparent (โปร่งใส) และ Together (ร่วมมือ)
  • การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Transition) จะดำเนินการผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ พัฒนาแหล่งพลังงานสะอาดและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid), สนับสนุนการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง (Direct PPA) และลงทุนในระบบกักเก็บพลังงาน

“ฐานเศรษฐกิจ” ได้จัดงานสัมนา "Road to Net Zero 2026 Energy Transition: เปลี่ยนผ่านพลังงานไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ" โดยภายในงานนายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงนโยบายที่ภาครัฐมุ่งขับเคลื่อน ในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย ภายใต้ความท้าทายเศรษฐกิจโลก” 

โดยระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ไทยต้องเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจ 3 ระลอก ได้แก่ วิกฤตราคาพลังงาน วิกฤตค่าครองชีพที่เกิดขึ้นตามมา และแรงกดดันด้านความสามารถในการแข่งขันจากกติกาการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนมากขึ้น

โดยเฉพาะมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป ที่จะส่งผลโดยตรงต่อภาคการผลิตและการส่งออกของไทย หากกระบวนการผลิตยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง

“วันนี้นักลงทุนไม่ได้ถามแค่เรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป แต่ถามว่าประเทศนั้นมีพลังงานสะอาดเพียงพอหรือไม่ ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงแค่ไหน และนโยบายภาครัฐมีความชัดเจนพอที่จะวางแผนการลงทุนระยะยาวหรือไม่” นายอาร์ชวัสกล่าว

เร่งเพิ่มผ่านพลังงานสะอาดเป็น 51% ในปี 2580

นายอาร์ชวัส ย้ำว่า ไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ การพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศทำให้มีเงินไหลออกจำนวนมากทุกปี ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ

นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศนั้น รัฐบาลตั้งเป้าหมายภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP 2026 ให้สัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 51% ภายในปี 2580 จากปัจจุบันที่อยู่ราว 20%

การขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวจะดำเนินการผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

  1. เร่งพัฒนาแหล่งพลังงานสะอาดและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid)
  2. สนับสนุนการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า หรือ Direct PPA
  3. ลงทุนในระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) เพื่อรองรับการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างมีเสถียรภาพ

“พลังงานสะอาดในอนาคตจะไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าต่างประเทศ การดึงดูดพันธมิตรทางธุรกิจ และการตัดสินใจลงทุนของบริษัทข้ามชาติ“

ชู 5T ยกระดับเศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้กำหนดกำหนดยุทธศาสตร์ 5T ไว้อย่างชัดเจน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทย ดังนี้

1. Target – ตรงเป้า
ใช้งบประมาณและมาตรการรัฐให้ถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ด้วยการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (MOF Data Lake) เพื่อให้ความช่วยเหลือมีประสิทธิภาพและสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงสุด

2. Transition – เปลี่ยนผ่าน
เร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและพลังงานสะอาด เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน พัฒนา Smart Grid เปิดทาง Direct PPA และลงทุนระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับกติกาโลกยุคคาร์บอนต่ำ

3. Transform – พลิกโฉม
สร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและ New S-Curve ดึงการลงทุนสีเขียว พัฒนา Supply Chain ในประเทศ และยกระดับทักษะแรงงานไทย รองรับเศรษฐกิจยุคใหม่

วางเป้าลงทุน 30% ต่อ GDP ภายใน 4 ปี

ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งผลักดันสัดส่วนการงบการลงทุนต่อ GDP ให้มากกว่า 30% ภายใน 4 ปี ผ่านกลไก อาทิ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน การนำกองทุน Thailand Future Fund มาใช้เป็นกลไกหลักเพื่อให้ภาคเอกชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เป็นต้น 

“ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่เคยมีสัดส่วนการลงทุนแตะระดับ 30% เลย ซึ่งส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยอาจไม่รวดเร็วเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับประเทศอื่น รัฐบาลตั้งเป้าว่าหากการลงทุนแตะระดับ 30% จะช่วยผลักดันให้ GDP ของไทยเติบโตได้มากกว่า 3% ภายใน 4 ปี และก้าวสู่ประเทศรายได้สูง (High-income country) ได้ภายใน 12 ปี“

4. Transparent – โปร่งใส
ยกระดับธรรมาภิบาลภาครัฐ ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพิ่มความโปร่งใส ลดขั้นตอนราชการ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และผลักดันมาตรฐานไทยสู่ระดับ OECD

5. Together – ร่วมมือ
ผนึกกำลังรัฐ เอกชน และประชาชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

“ความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่คือการสะสมความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว หากประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านพลังงานได้สำเร็จ ไทยจะกลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูงที่สุดในอนาคต“ นายอาร์ชวัสกล่าว