
สั่งระดมค้นหา 'กลุ่มเปราะบาง' กว่า 4 แสนราย ไร้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ปลัด พม. เผยสั่งระดมค้นหา "กลุ่มเปราะบาง" ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 4 แสนราย ย้ำคนที่ไม่เข้าเงื่อนไขคุณสมบัติ จะถูกคัดออกหากตรวจพบ กางแผนเชิงรุก ผนึก 14 กระทรวงปั้น Single Social Registry ลดความซ้ำซ้อนสวัสดิการรัฐกว่า 110 รายการ เน้น โปร่งใส ตรวจสอบได้จริง
KEY
POINTS
- กระทรวง พม. สั่งระดมการค้นหากลุ่มเปราะบางที่ตกหล่นจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งพบผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนในอดีตกว่า 144,000 ราย และกลุ่มคนใหม่ที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลอีกกว่า 400,000 ราย
- มอบหมายให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทั่วประเทศเป็นหน่วยงานหลักในการติดตามค้นหาบุคคลเหล่านี้ เพื่อให้เข้ามาลงทะเบียนรับสิทธิ
- การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมกลาง (Single Social Registry) เพื่อบูรณาการสวัสดิการกว่า 110 ประเภทจากทุกกระทรวงให้เป็นระบบเดียว ลดความซ้ำซ้อนและช่วยเหลือได้ตรงจุด
กระทรวง พม.รุก "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" เร่งค้นหากลุ่มเปราะบางเป้าหมายที่ตกหล่นจากการลงทะเบียนในอดีตกว่า 144,000 ราย และพบกลุ่ม "หน้าใหม่" ที่ยังไม่อยู่ในฐานข้อมูลอีกกว่า 400,000 ราย เพื่อดึงเข้าสู่ระบบสิทธิสวัสดิการรัฐ และประกาศจัดทำ Single Social Registry บูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม 110 ประเภทจากทุกกระทรวงให้เป็นระบบเดียว เพื่อความคล่องตัวและทั่วถึง
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยว่า กระทรวง พม. เดินหน้า “โครงการขับเคลื่อนระบบสวัสดิการสังคมทุกช่วงวัย เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยอยู่ดี” ภารกิจสำคัญเร่งด่วนในขณะนี้คือการขานรับนโยบายรัฐบาลในการทำให้ประชาชนเข้าถึง "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" อย่างทั่วถึงที่สุด
โดยกระทรวง พม. จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการ "ชี้เป้า" และเชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง (MSO) เพื่อค้นหาผู้ที่เดือดร้อนจริงแต่ยังไม่ได้รับสิทธิ ทั้งนี้ฝากถึงประชาชนในเรื่องการคัดกรองว่า ประชาชนต้องรับรองตัวเองก่อนว่าเข้าเงื่อนไขคุณสมบัติที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกำหนด เพราะระบบสามารถตรวจสอบได้ หากพบว่าไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ภายหลังก็จะถูกคัดออกตามระเบียบ เพื่อความยุติธรรมต่อผู้ที่เดือดร้อนจริง
เผย "กลุ่มเปราะบาง" ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 5 แสนราย
นายกันตพงศ์ ระบุว่า จากการนำฐานข้อมูล MSO ของกระทรวง พม. ซึ่งมีข้อมูลอยู่ประมาณ 2.4 ล้านครัวเรือน หรือราว 7 ล้านคน มาตรวจสอบร่วมกับกรมการปกครองและกรมบัญชีกลาง พบข้อมูลที่ต้องเร่งดำเนินการคือ "มีอยู่ 144,000 กว่าคนที่กำลังตามตัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในอดีต
"และที่น่าตกใจคือเรายังพบพี่น้องประชาชนที่เป็นคนใหม่เลย ไม่เคยอยู่ในถังข้อมูล MSO และไม่เคยลงทะเบียนบัตรสวัสดิการมาก่อนอีกประมาณ 400,000 กว่าคน ตอนนี้มอบหมายให้ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด(พมจ.) ทุกจังหวัดกำลังเร่งตามคนเหล่านี้ เพื่อให้เข้ามาลงทะเบียนรับสิทธิ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการขับเคลื่อนงานสวัสดิการในปัจจุบัน" ปลัด พม. กล่าว
ลุย Single Social Registry สังคายนาสวัสดิการ 110 ประเภท
สำหรับการจัดทำฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมกลาง หรือ Single Social Registry ปลัด พม. ระบุว่าเป็นการเชิญผู้แทนจาก 14 กระทรวงมาร่วมทบทวนสวัสดิการและบริการแห่งรัฐทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีอยู่กว่า 110 ประการ โดยในส่วนของกระทรวง พม. เองมีอยู่ประมาณ 69 ประเภท
"เราจะนำเสนอให้คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ และ ครม. เห็นว่าบริการภาครัฐในแต่ละกระทรวงมีอะไรบ้าง และจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงได้เร็วขึ้น คล่องตัวขึ้น และทั่วถึงขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เป็นตัวเงิน แต่การช่วยเหลือผ่านบริการทางสังคมจะช่วยดูแลความเปราะบางและความเดือดร้อนได้ลึกถึงตัวบุคคลอย่างแท้จริง" ปลัด พม. กล่าว
ชูระบบ "หนึ่งคน หนึ่งสิทธิ" ยืนยันตัวตนผ่านเลข 13 หลัก
ในด้านความโปร่งใส ปลัด พม. มั่นใจว่าระบบ Single Social Registry จะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในอนาคตจะมีการเชื่อมโยงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง ThaiD หรือ แอปพลิเคชันทางรัฐ
"ถ้าใช้ระบบนี้ ทุกคนต้องผ่านการยืนยันตัวตนด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ดังนั้น 1 คน 1 สิทธิ จะชัดเจนมาก จะลดความซ้ำซ้อนและทำให้เราพบข้อมูลที่เป็นจริงว่ามีประชาชนเดือดร้อนเท่าไหร่ รัฐบาลจะได้ออกนโยบายหรือมาตรการช่วยเหลือได้อย่างตรงตัวและทั่วถึงตามที่เขาร้องขอ"
ยึดหลัก SDG ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
สุดท้าย นายกันตพงศ์ ได้เน้นย้ำถึงปรัชญาการทำงานว่า กระทรวง พม. ยังคงยึดหลักการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังตามแนวทาง SDG การพัฒนาทุกอย่างต้องให้ครอบคลุม ทั่วถึง และเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนทุกสถานะ ทั้งสิทธิที่ต้องร้องขอและสิทธิที่ได้โดยอัตโนมัติ (For All) เพื่อให้เห็นภาพรวมสวัสดิการทั้งหมดของประเทศในจุดเดียว ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน







