
เปิดผลงานพาณิชย์ 60 วัน อัดมาตรการสู้ค่าครองชีพ ฝ่าศึกการค้าโลก
เปิดผลงาน 2 เดือนแรกกระทรวงพาณิชย์ภายใต้รัฐบาลอนุทิน 2 เดินหน้า “ไทยช่วยไทย” ลดค่าครองชีพ คุมราคาสินค้า ปุ๋ยธงเขียวช่วยเกษตรกร พร้อมเร่งหาตลาดส่งออกใหม่และเจรจาสหรัฐฯ รับมือผลกระทบเศรษฐกิจโลก
KEY
POINTS
- ออกมาตรการลดค่าครองชีพผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย" โดยร่วมมือกับเอกชนลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นกว่า 3,000 รายการ สูงสุด 58%
- ช่วยเหลือเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตผ่านโครงการ "ปุ๋ยธงเขียว" พร้อมคุมเข้มราคาสินค้าและเพิ่มรายการสินค้าควบคุมเพื่อป้องกันการขึ้นราคา
- เดินหน้าเปิดตลาดส่งออกใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงทางการค้า และเร่งเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบด้านภาษีต่อภาคการส่งออกของไทย
ครบ 2 เดือนหลังรัฐบาล "อนุทิน 2" เข้าบริหารประเทศ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่รุมเร้าทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ เมื่อเกิดเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลางขยายวงกว้าง ส่งผลให้ตลาดโลกกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงาน การขนส่งทางเรือ และต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เป็นแรงกดดันมายังเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค และค่าครองชีพของประชาชน
กระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นหนึ่งในกระทรวงเศรษฐกิจหลักที่ถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากต้องรับผิดชอบทั้งการขับเคลื่อนการส่งออก การดูแลราคาสินค้า การแก้ปัญหาปากท้องประชาชน
จากการรวบรวมของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า ช่วง 2 เดือนแรกของการทำงาน กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วนหลายโครงการ โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ลดค่าครองชีพประชาชน เพิ่มรายได้เกษตรกร และรักษาแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคการค้าและการส่งออก
โครงการ "ไทยช่วยไทย" ลดราคาสินค้าทั่วประเทศ
มาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการเรือธงของกระทรวงพาณิชย์ในปี 2569 คือ โครงการไทยช่วยไทย โดยได้ร่วมมือกับห้างค้าส่ง ค้าปลีก ผู้ผลิต และผู้ประกอบการรายใหญ่ นำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นมาลดราคาให้ประชาชน มากกว่า 3,000 รายการ ลดราคาสูงสุดถึง 58% ครอบคลุมสินค้าในชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช เครื่องปรุง อาหารแห้ง ของใช้ในครัวเรือน และสินค้า House Brand ของห้างต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังมีการขยายจุดจำหน่ายผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส และรถพุ่มพวงพาณิชย์ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้โดยตรง
ปุ๋ยธงเขียว ลดต้นทุนเกษตรกร
ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาคผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรม เนื่องจากปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าที่มีความเชื่อมโยงกับราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตในตลาดโลก จึงเร่งผลักดันโครงการ "ปุ๋ยธงเขียว" เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร
ภายใต้โครงการดังกล่าว มีการประสานความร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้นำเข้าปุ๋ยรายใหญ่ จัดจำหน่ายปุ๋ยคุณภาพในราคาต่ำกว่าท้องตลาดผ่านสหกรณ์การเกษตรและจุดจำหน่ายในพื้นที่ต่าง ๆ มาตรการนี้ช่วยลดภาระต้นทุนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
คุมเข้มราคาสินค้า-เพิ่มสินค้าควบคุม
อีกหนึ่งมาตรการที่ดำเนินการควบคู่กัน คือ การติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดกรมการค้าภายในได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้า ตลาดสด สถานีบริการน้ำมัน ผู้ค้าปุ๋ย และห้างค้าปลีกทั่วประเทศเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน และเปิดช่องทางร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569
นอกจากนี้ตามมติคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ปี 2569 กระทรวงพาณิชย์ได้เพิ่มสินค้าและบริการควบคุมจาก 59 รายการ เป็น 66 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ ปลากะพงขาว น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำปลา ซีอิ๊ว กากถั่วเหลือง
เร่งหาตลาดใหม่ เจรจาภาษีสหรัฐฯ
ด้านการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าเร่งกระจายความเสี่ยงทางการค้า ด้วยการเปิดตลาดส่งออกใหม่ในอินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา ควบคู่กับการผลักดันผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่มีอยู่ให้มากขึ้น เพื่อรักษาการเติบโตของการส่งออกท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยมุ่งลดการพึ่งพาตลาดหลักเพียงไม่กี่ประเทศ และสร้างโอกาสใหม่ให้สินค้าเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมไทย
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งเจรจากับสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับมาตรการภาษีและประเด็นทางการค้าต่าง ๆ รวมถึงการติดตามผลกระทบจากมาตรา 301 (Section 301) ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ล่าสุด สหรัฐฯ ได้ประกาศผลการไต่สวนเบื้องต้นในประเด็นแรงงานบังคับ โดยจัดไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ยังต้องปรับปรุงมาตรการบังคับใช้กฎหมาย และมีความเสี่ยงที่จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมราว 12.5% หากผลการพิจารณาขั้นสุดท้ายไม่เป็นไปตามที่สหรัฐฯ กำหนด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยยังอยู่ระหว่างการยื่นข้อมูลเพิ่มเติมและใช้ทุกช่องทางการเจรจาเพื่อลดผลกระทบต่อภาคส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาง และอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับตลาดสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 2 เดือนแรกของรัฐบาลอนุทิน 2 กระทรวงพาณิชย์มาตรการต่าง ๆ เน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเร่งด่วนผ่านลดค่าครองชีพประชาชน การดูแลราคาสินค้า การบริหารจัดการผลไม้ และการเปิดตลาดส่งออกใหม่ แม้มาตรการส่วนใหญ่ยังเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่ก็มีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการได้ในระดับหนึ่ง







