
ไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก ยอดใช้จ่ายทะลุ 1.25 หมื่นล้าน ผู้ใช้สิทธิกว่า 26 ล้านราย
โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ประชาชนรับสิทธิแล้วกว่า 26 ล้านราย ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 12,533 ล้านบาท ร้านค้าเข้าร่วมเกือบ 1 ล้านราย ขณะที่ Food Delivery เตรียมเปิดใช้สิทธิ 15 มิถุนายนนี้
KEY
POINTS
- โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" มีผู้ได้รับสิทธิแล้วกว่า 26 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสมในระบบเศรษฐกิจทะลุ 1.25 หมื่นล้านบาท
- มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการเกือบล้านแห่ง โดยกว่า 9 แสนร้านค้ามียอดขายเกิดขึ้นจริง ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการค้าปลีก
- กระทรวงการคลังเตรียมขยายช่องทางการใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery เพื่อเพิ่มความสะดวกและกระตุ้นการใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น. พบว่า มีประชาชนได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 26,040,623 ราย สะท้อนการตอบรับที่ดีจากประชาชนทั่วประเทศ
ด้านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จและพร้อมให้บริการแล้วรวม 992,898 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 864,359 ร้าน และร้านค้าใหม่ 128,539 ร้าน
นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าใหม่ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติอีก 3,607 ร้าน ขณะที่ร้านค้าที่อยู่ระหว่างการยอมรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ (T&C) มีจำนวน 115,258 ร้าน แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 112,880 ร้าน และร้านค้าใหม่ 2,378 ร้าน
ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 1.25 หมื่นล้านบาท
สำหรับผลการใช้จ่ายภายใต้โครงการ พบว่ามียอดใช้จ่ายสะสมรวมแล้ว 12,533.07 ล้านบาท โดยเป็นวงเงินที่ภาครัฐร่วมสนับสนุน 7,296.91 ล้านบาท และเป็นเงินที่ประชาชนร่วมใช้จ่าย 5,236.16 ล้านบาท
ขณะที่มีประชาชนใช้จ่ายผ่านโครงการสำเร็จแล้ว 21,225,876 ราย และมีผู้ใช้สิทธิครบวงเงิน 1,000 บาท จำนวน 142,610 ราย สะท้อนการหมุนเวียนเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากและภาคการค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง
กว่า 9 แสนร้านค้ามียอดขายจริง
ข้อมูลล่าสุดยังพบว่า มีร้านค้าที่มียอดใช้จ่ายเกิดขึ้นจริงภายใต้โครงการแล้วจำนวน 909,908 ร้านค้า คิดเป็นสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับจำนวนร้านค้าที่ได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการทั้งหมด
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเตรียมขยายช่องทางการใช้จ่ายผ่านร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Food Delivery โดยประชาชนจะสามารถใช้สิทธิตามโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้จ่ายและกระตุ้นการใช้สิทธิในช่วงครึ่งหลังของโครงการได้มากยิ่งขึ้น







