thansettakij
thansettakij
คลังเผย 3 หน่วยงาน เล็งชงโปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน ชิงเงินกู้ 2 แสนล้าน

คลังเผย 3 หน่วยงาน เล็งชงโปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน ชิงเงินกู้ 2 แสนล้าน

28 พ.ค. 69 | 10:14 น.
อัปเดตล่าสุด :28 พ.ค. 69 | 10:18 น.

คลังเผย 3 หน่วยงาน เล็งชงโปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน แห่ชิงเค้ก พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาท ระบุ ‘รถเก่าแลกรถใหม่’ ไม่ไปต่อ สรรพสามิตศึกษาเปลี่ยนผ่านสู่อีวี

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวทางการใช้วงเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ภายใต้กรอบพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า กรอบวงเงินดังกล่าวนั้น รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศ และลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดวิกฤติพลังงานยืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและเกิดภาวะขาดแคลนพลังงาน

สำหรับปัจจุบันมี 3 หน่วยงานหลัก ได้เข้ามาหารือถึงรายละเอียดการขอใช้วงเงิน และอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายวงเงินกู้พิจารณาอนุมัติ ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง

สำหรับกระทรวงมหาดไทย เบื้องต้น คาดว่าจะบูรณาการร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จัดทำโครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในอาคารหน่วยงานราชการให้ได้มากที่สุดภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดในภาครัฐ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาครัฐในระยะยาว

ขณะที่กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมโครงการเปลี่ยนผ่านยานยนต์สาธารณะ อาทิ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถแท็กซี่ รถบรรทุก และรถบัสโดยสาร ให้หันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในภาคขนส่ง ซึ่งถือเป็นภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานสูงของประเทศ

ด้านกระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางสนับสนุนสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่รถสาธารณะ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง

“โครงการของกรมสรรพสามิต ไม่ใช่รูปแบบของรถเก่าแลกรถใหม่แล้ว เนื่องจากมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก แต่เป็นการพิจารณาโครงการใหม่สำหรับสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประชาชน จากรถยนต์ใช้พลังงานเชื้อเพลิงไปสู่อีวี ในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด จะมีการหารือร่วมกันต่อไป”

นายลวรณ กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับทั้ง 3 หน่วยงาน และยังไม่ได้ข้อสรุปรูปแบบสุดท้ายของโครงการ โดยเมื่อหน่วยงานต่าง ๆ เสนอรายละเอียดโครงการเข้ามาแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ต่อไป ยืนยันว่า ทุกโครงการจะต้องตอบโจทย์ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างแท้จริง

“รัฐบาลตั้งเป้าหมายใช้เงินกู้ก้อนดังกล่าว ลดการใช้พลังงานฟอสซิลลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าในสัดส่วนที่สูงมาก ซึ่งโครงการต้องพร้อมดำเนินการ เพราะเงินกู้ต้องใช้ให้หมดภายใน 1 ปี เนื่องจาก พ.ร.ก. มีอายุถึงวันที่ 30 กันยายน 2570” นายลวรณ กล่าว