thansettakij
thansettakij
ชงขนส่งปลดล็อค 'ต่อภาษีรถยนต์' อัตโนมัติ แก้ปมลืม พ.ร.บ.ขาด

ชงขนส่งปลดล็อค 'ต่อภาษีรถยนต์' อัตโนมัติ แก้ปมลืม พ.ร.บ.ขาด

27 พ.ค. 69 | 11:01 น.
อัปเดตล่าสุด :27 พ.ค. 69 | 11:02 น.

สภาพัฒน์ แนะแนวทางแก้ความเสี่ยงจากการขาดการต่ออายุ พ.ร.บ. บุคคลที่ 3 ชงปลดล็อคต่อแบบอัตโนมัติ ล่วงหน้า แก้ปัญหาลืมต่อภาษีรถยนต์

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานสถานการณ์สังคมด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในช่วงไตรมาสหนึ่ง ปี2569 พบประเด็นเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการขาดการต่ออายุคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ. บุคคลที่ 3) ซึ่ง สศช. เสนอว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาใช้ระบบต่ออายุ พ.ร.บ. แบบอัตโนมัติ (Opt-out) โดยกำหนดให้ต่ออายุล่วงหน้า และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ยกเลิกภายหลัง เพื่อให้การมี พ.ร.บ. ซึ่งเป็นการ ต่อภาษีรถยนต์ เป็นเรื่องง่ายกว่าการหลีกเลี่ยง

สศช. ระบุว่า จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ชี้ให้เห็นว่าในปี 2568 ประเทศไทยมีรถมากกว่า 1 ใน 5 หรือ 22.9% ไม่ต่อภาษีประจำปี ซึ่งเป็นเงื่อนไขการมี พ.ร.บ. 

นอกจากนี้ ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ระบุว่า รถที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน 40-50% พ.ร.บ. ขาดการต่ออายุ การไม่ต่ออายุ พ.ร.บ. เป็นความผิดทางกฎหมาย และหากประสบอุบัติเหตุ จะไม่ได้รับความคุ้มครองใด ๆ กรณีเป็นฝ่ายถูก สามารถเรียกร้องค่าเสียหายเบื้องต้นโดยต้องสำรองจ่ายไปก่อน 

แต่หากพิสูจน์แล้วเป็นฝ่ายผิด จะถูกเรียกคืนค่าใช้จ่ายพร้อมเงินเพิ่มอีก 20% และมีโทษปรับเพิ่มเติม และทำให้เกิดความเสี่ยงด้านภาระทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ
 

สศช. รายงานข้อมูลว่า สถิติการรับแจ้งอุบัติเหตุทางถนนในไตรมาสหนึ่ง ปี 2569 พบผู้ประสบภัยสะสมรวมทั้งสิ้น 235,726 ราย เพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต 4.4% และ 2.4% ตามลำดับ 

ขณะที่ผู้ทุพพลภาพลดลง 29.8% หากพิจารณาตามประเภทยานพาหนะจะพบว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่ (91.4%) เกิดจากรถจักรยานยนต์ และเมื่อจำแนกช่วงอายุผู้ประสบภัย พบว่า ส่วนใหญ่ 51.8% อยู่ในช่วงอายุ 15-35 ปี โดยจังหวัดที่มีผู้ประสบภัยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และเชียงใหม่

นอกจากนี้ในการรับแจ้งคดีอาญาในไตรมาสหนึ่ง ปี 2569 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 138,728 คดี เพิ่มขึ้น 17.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากคดียาเสพติดที่เพิ่มขึ้น 26.4% ในขณะที่คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ และคดีชีวิต ร่างกาย และเพศ ลดลง 15.3% และ 7% ตามลำดับ