thansettakij
thansettakij
กระทรวงดิจิทัลฯ รื้อใหญ่ พ.ร.บ.ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 20 ปี รับโลกดิจิทัล

กระทรวงดิจิทัลฯ รื้อใหญ่ พ.ร.บ.ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 20 ปี รับโลกดิจิทัล

21 พ.ค. 69 | 05:35 น.

กระทรวงดิจิทัลฯ รื้อใหญ่ ร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ รอบ 20 ปี รองรับการทำธุรกรรมดิจิทัล เปิดช่องให้คนทั่วไปสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ได้ ไม่ต้องรอหน่วยงานกำหนดรายละเอียด

KEY

POINTS

  • กระทรวงดิจิทัลฯ เตรียมปรับปรุง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่บังคับใช้มากว่า 20 ปี เนื่องจากกฎหมายล้าสมัย ไม่ทันต่อเทคโนโลยีและมาตรฐานสากล
  • กฎหมายเดิมมีข้อจำกัดและเป็นอุปสรรคต่อการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการทำธุรกรรม และการใช้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาล
  • ร่างกฎหมายใหม่จะเปิดให้ประชาชนและธุรกิจสามารถนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ได้โดยไม่ต้องรอให้หน่วยงานรัฐกำหนดหลักเกณฑ์ก่อน
  • เปลี่ยนกลไกกำกับดูแลจากระบบอนุญาต จดทะเบียน หรือจดแจ้ง เป็นระบบ "รับรอง" มาตรฐานหรือเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ เพื่อสร้างความมั่นใจและผลักภาระการพิสูจน์

รายงานข่าวจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน 

ทั้งนี้เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ใช้บังคับมากว่า 20 ปีแล้ว และในห้วงเวลาดังกล่าว เทคโนโลยีเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้กฎหมายดังกล่าวล้าสมัย โดยมีข้อจำกัดหรืออุปสรรคในการบังคับใช้ มีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับทางปฏิบัติในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 

ประกอบกับองค์การสหประชาชาติได้พัฒนากฎหมายแม่แบบขึ้นใหม่หลายฉบับเพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในบริบทที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

จึงสมควรปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายเดิมให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก สร้างความมั่นคงปลอดภัย สร้างความมั่นใจ ประหยัดค่าใช้จ่ายในดำรงชีวิตและประกอบธุรกิจ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในสังคมดิจิทัลแห่งอนาคต

ความจำเป็นของกฎหมายฉบับนี้

ทั้งนี้ที่ผ่านมาประเทศไทยมีกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และต่อมาได้มีการตรากฎหมายเพื่อรับรองผลทางกฎหมายของการปฏิบัติราชการเป็นการเฉพาะ ได้แก่พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดเงื่อนไขและรับรองผลทางกฎหมายของการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำธุรกรรมในเรื่องต่าง ๆ เช่น กำหนดว่าการจัดทำข้อความเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยข้อความไม่เปลี่ยนแปลง ก็สามารถใช้ข้อความนั้นได้เหมือนหนังสือ และมีผลทางกฎหมายไม่ต่างจากการทำเป็นหนังสือ

ดังนั้น โดยผลของกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หากมีการส่งข้อความทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแสดงการกู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาทถึงผู้ใด หากข้อความนั้นจัดทำขึ้นตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ข้อความนั้นก็ใช้เป็นหลักฐานได้ตามกฎหมายไม่ต่างจากหนังสือ

นอกจากนั้น กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ยังกำหนดให้สำนักงานพัฒนาธุกรรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีหน้าที่และอำนาจกำกับดูแลการประกอบกิจการของผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยกำหนดให้เลือกใช้กลไกได้หลายรูปแบบ ได้แก่ ระบบอนุญาต ระบบจดทะเบียน หรือระบบจดแจ้ง

เมื่อได้ใช้กฎหมายดังกล่าวมากว่า 20 ปี พบว่าประชาชนยังไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลทางกฎหมายของการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยส่วนหนึ่ง อาจเป็นเพราะกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กำหนดเกี่ยวกับเงื่อนไขการทำนิติกรรมและเงื่อนไขวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความเป็นนามธรรมยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจ โดยปัญหาดังกล่าวไม่เพียงแต่จะส่งผลทำให้การใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร แต่ยังทำให้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นเรื่องแปลกใหม่ สำหรับศาล จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น กฎหมายดังกล่าวยังไม่เอื้อให้ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพื่อทำธุรกรรมด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือให้บริการในเรื่องดังกล่าวได้เท่าที่ควร เพราะกฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำหนด ซึ่งหากหน่วยงานยังมิได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หรือยังไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ที่มีเพื่อให้ครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่ ๆ กฎหมายก็อาจกลายเป็นอุปสรรคสำหรับประชาชนหรือผู้ประกอบธุรกิจที่จะนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้หรือมาให้บริการได้ 

ในทางกลับกัน โลกาภิวัตน์ทำให้คนมีปฏิสัมพันธ์ข้ามพรหมแดนมากยิ่งขึ้น บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ให้บริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไมโครซอฟท์ หรือกูเกิ้ล กลายเป็นผู้กำหนดมาตรฐานในข้อเท็จจริง เมื่อกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไม่ยืดหยุ่นเพียงพอ กฎหมายดังกล่าวก็อาจถูกมองข้ามไป หรือบริษัทเหล่านี้อาจเลือกที่จะจำกัดบริการในไทย ซึ่งล้วนไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ความน่าลงทุนในไทย

ด้วยเหตุผลข้างต้น ประกอบกับปัจจุบันได้มีการกำหนดมาตรฐานสากลเกี่ยวกับการใช้ตราสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยังไม่เคยมีการบัญญัติเรื่องดังกล่าวไว้ในกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงสมควรที่จะมีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว

สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้

สำหรับ สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. …. ยังคงกำหนดเนื้อหาสาระโดยยึดความสอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศและกฎหมายแม่แบบที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก แต่ได้มีการวางกลไกในการบังคับใช้แตกต่างไปจากเดิม เพื่อเปิดช่องให้คนทั่วไปสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพื่อทำธุรกรรมด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยไม่ต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดรายละเอียดในเรื่องนั้นก่อน 

พร้อมทั้งยกเลิกกลไกอนุญาต จดทะเบียน หรือจดแจ้ง และใช้กลไกรับรอง แทน โดยผู้ที่ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐานหรือใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองแล้ว จะได้ประโยชน์จากการผลักภาระการพิสูจน์ นอกจากนั้น ยังมีการกำหนดกลไกกำกับดูแลผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ด้วย 

ส่วนความสัมพันธ์กับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นกฎหมายหลักในเรื่องดังนี้ และยังกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความชัดเจน โดยกำหนดให้กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นกฎหมายหลัก แต่หากกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์กำหนดเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะสำหรับการปฏิบัติราชการ ก็ให้ใช้กฎหมายที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะนั้น

ขณะที่การนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการทำธุรกรรม กำหนดเงื่อนไขการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แต่ละเรื่องไว้ในกฎหมาย เมื่อผู้ใดได้ปฏิบัติตามนั้นแล้ว ก็ให้มีผลทางกฎหมายได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ก่อน แต่หากสำนักงานได้ประกาศหลักเกณฑ์ และผู้ใดได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ก็ให้ได้ประโยชน์จากข้อสันนิษฐานทางกฎหมายว่าผู้นั้นได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดแล้ว โดยผลักภาระการพิสูจน์ไปเป็นของอีกฝ่าย (ยกเว้นกรณีที่อีกฝ่ายเป็นผู้บริโภค)

กำหนดให้สำนักงานฯ มีอำนาจรับรองมาตรฐานหรือเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้ ตามที่มีผู้ร้องขอมา หรือสำนักงานฯ ประกาศรับรองด้วยตัวเอง โดยผู้ใดที่ได้ใช้มาตรฐานหรือเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ตามที่สำนักงานฯ ประกาศรับรอง ผู้นั้นจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานทางกฎหมายว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนที่กำหนดกำหนดแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ยังกำหนดกลไกการกำกับดูแลผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ โดยเลิกระบบอนุญาต จดทะเบียน และจดแจ้ง แต่กำหนดเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการฯ ต้องปฏิบัติตาม เมื่อผู้ให้บริการฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวแล้วก็ถือว่าได้เป็นผู้ให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายฉบับนี้