
ไทยเร่งเครื่อง Smart Mobility ดัน EV–AI–ยานยนต์อัตโนมัติสู่ฐานผลิตภูมิภาค
ไทยเดินหน้าเร่งเครื่อง Smart Mobility ดัน EV–AI–ยานยนต์อัตโนมัติสู่ฐานผลิตภูมิภาค อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก 5 พันธมิตรอุตสาหกรรม ดันงาน MTAB เชื่อมโลกยานยนต์อัจฉริยะ
KEY
POINTS
- ไทยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค โดยเร่งผลักดัน Smart Mobility ที่ครอบคลุมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์อัตโนมัติ
- ภาครัฐร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันวิจัย จัดงาน MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB) เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงเทคโนโลยี การลงทุน และพันธมิตรทั่วโลก
- มุ่งส่งเสริมและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม EV พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและอาเซียน คือการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์แห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า การเชื่อมต่อระหว่างยานยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติ ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมโลก
โดยภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและนโยบายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านการส่งเสริมนวัตกรรม เทคโนโลยี การลงทุน และความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้ จึงได้ดำเนินการร่วมกับพันธมิตรจัด MobilityTech Asia – Bangkok 2026 (MTAB) ซึ่งมองว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเทคโนโลยี การลงทุน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และพันธมิตรจากทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่อย่างครบวงจร และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและ Smart Mobility Hub ของภูมิภาค
ไทยเร่งปรับตัวแข่งขันในตลาดโลก
ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่กำลังขับเคลื่อนด้วยมาตรฐาน เทคโนโลยี และระบบรับรองคุณภาพระดับสากล ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อแข่งขันในตลาดโลก โดยในปีนี้ สถาบันยานยนต์ได้ร่วมมือกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จัดการประชุม Automotive NQI Conference 2026 (ANQIC 2026) ภายใต้แนวคิด Powering Thailand’s Global Competitiveness เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ สู่ความเชื่อมั่น มาตรฐาน และการแข่งขันระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนขีดความสามาถในการแข่งขันด้วยการ ยกระดับระบบโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งด้านมาตรฐาน การทดสอบ การรับรอง และมาตรวิทยา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต
นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) กล่าวว่า ตลาด EV ของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นฐานการผลิต EV และชิ้นส่วนสำคัญของโลก จากความพร้อมด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบซัพพลายเชน และการสนับสนุนจากภาครัฐ
EVAT ดัน iEVTech 2026
โดย EVAT จะร่วมจัดการประชุมระดับนานาชาติ iEVTech 2026 ภายใต้แนวคิด Driving Thailand’s EV Future: Powering a Competitive & Connected Supply Chain เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้ซื้อจากทั่วโลก โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนไทยที่มีศักยภาพและพร้อมปรับตัวเข้าสู่ยุค Smart Mobility ได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสทางธุรกิจกับเจ้าของเทคโนโลยีชั้นนำจากหลากหลายประเทศ ผ่านการเจรจาธุรกิจและการเชื่อมโยงความร่วมมือในระดับอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันห่วงโซ่อุตสาหกรรม EV และ Smart Mobility ของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility & Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ระบบการขนส่งอัจฉริยะ และยานยนต์อัตโนมัติ กำลังเปลี่ยนโฉมอนาคตของการเดินทางและอุตสาหกรรมขนส่งทั่วโลก ทั้งด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพพลังงาน และการเชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดย MOVE จะร่วมจัด Future MOVE Forum ภายใต้แนวคิด Connecting Global Knowledge for Smart Mobility เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น บริการการเดินทางแห่งอนาคต ยานยนต์อัตโนมัติและการเชื่อมต่อ (Autonomous and Connected Mobility) เทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฮโดรเจนและโครงสร้างพื้นฐาน
รวมถึงการนำเสนอ Thailand EV Outlook และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ เพื่อผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง และเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Smart Mobility ของภูมิภาคในอนาคต
ศูนย์กลางเชื่อมธุรกิจระดับโลก
นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า จุดแข็งสำคัญของ MTAB คือการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงธุรกิจระดับโลก ที่รวบรวมผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการขนส่งอัจฉริยะจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ผู้ผลิตยานยนต์ ผู้พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตชิ้นส่วน ระบบชาร์จ แบตเตอรี่ โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ นักลงทุน ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบายและองค์กรระหว่างประเทศ
“ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก จากยุคการผลิตแบบดั้งเดิมสู่ยุค EV ,AI ระบบขนส่งอัจฉริยะ และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ไทยกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และองค์กรระดับนานาชาติ เพื่อเร่งพัฒนาระบบนิเวศด้าน Smart Mobility ที่เชื่อมโยงทั้งเทคโนโลยี มาตรฐาน การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานระดับโลก”
โดยหนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนทิศทางดังกล่าว คือ MTAB งานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมด้านการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะ ภายใต้แนวคิด Global Matching Hub Connecting the Smart Mobility Supply Chain ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ผลิตยานยนต์ นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ภายในงานจะมีผู้ประกอบการและแบรนด์เทคโนโลยีกว่า 250 แบรนด์จากทั่วโลก รวมถึงเวทีสัมมนาและการประชุมระดับนานาชาติกว่า 200 หัวข้อ ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ ระบบการขนส่งอัจฉริยะ เทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติ เทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจน แบตเตอรี่แห่งอนาคต และโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่เปิดโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งจะมีวันที่ 1–3 ก.ค. 69 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยจัดร่วมกับงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) เวทีเทคโนโลยีพลังงานสะอาดชั้นนำของภูมิภาค ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานรวมกว่า 32,000 คนจากทั่วโลก







