
ดัชนีความเชื่อมั่นฯ เม.ย. ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน คนไทยหวั่นตกงาน-ค่าครองชีพพุ่ง
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย. 69 ลดลงต่อเนื่องต่ำสุดรอบ 8 เดือน คนไทยกังวลเศรษฐกิจ-งาน -รายได้-ค่าครองชีพสูง หวังรัฐอัดมาตรการกระตุ้นฟื้นกำลังซื้อปลายไตรมาส3
KEY
POINTS
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2569 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน
- ปัจจัยลบสำคัญมาจากความกังวลเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่อาจปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ
- ประชาชนมีความกังวลเรื่องการตกงานและความไม่มั่นคงในอาชีพ โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำลดลง และดัชนีการจ้างงานปัจจุบันต่ำสุดในรอบ 40 เดือน
รศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุ รกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จสกผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ประจำเดือนเมษายน 2569 พบว่า ดัชนีมีการปรับตัวลดลงในทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 8 เดือน
โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมปรับลดลงมาอยู่ที่ 44.1 ดัชนีโอกาสในการหางานทำอยู่ที่ 48.6 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 59.0 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคภาพรวมในเดือนเมษายนลดลงจากระดับ 51.8 ในเดือนมีนาคม มาอยู่ที่ระดับ 50.6
สำหรับปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน และอิสราเอล ซึ่งสร้างความกังวลต่อราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต การขนส่ง และค่าครองชีพภายในประเทศ
ขณะที่ความไม่มั่นใจในงาน ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำลดลง และหากดูเฉพาะดัชนีความจ้างงานในปัจจุบันถือว่า**ต่ำสุดในรอบ 40 เดือน สะท้อนว่าผู้บริโภครู้สึกไม่มั่นคงในอาชีพการงาน
นอกจากนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 1.5% ซึ่งสะท้อนถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด
ทั้งนี้ ปัจจัยบวกที่เป็นตัวช่วยพยุงเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์หลัก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนและกลุ่มตลาดระยะไกลเดินทางเข้ามาจำนวนมาก นอกจากนี้ การส่งออกในเดือนมีนาคมยังขยายตัวได้ถึง 18.67% และดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) มีสัญญาณฟื้นตัวในช่วงปลายเดือนเมษายน
ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย พบว่าปรับตัวลดลงจาก 43.3 มาอยู่ที่ 42.2 จุด โดยผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะเรื่องสภาพคล่อง หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางนโยบายภาษี (VAT 10%)
อย่างไรก็ตาม ยังมีความหวังจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยเฉพาะโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ที่คาดว่าจะมีการลงทะเบียนในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมและเริ่มใช้จ่ายในเดือนมิถุนายน ซึ่งจะมีการเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 2 แสนล้านบาทในช่วง 4 เดือน
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินว่า หากสถานการณ์สงครามคลี่คลายและมาตรการรัฐดำเนินการได้ตามแผน เศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีโอกาสขยายตัวได้ในกรอบ 1.5 - 2.0% โดยจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4






