
เปิดแล้ว 'พาณิชย์รถพุ่มพวง' ส่งสินค้าราคาถูกถึงชุมชน ดีเดย์ 15 พ.ค. นี้
รัฐบาลเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทย 'พาณิชย์รถพุ่มพวง' ส่งสินค้าราคาประหยัดถึงชุมชน ตั้งเป้าช่วย 4 ล้านครัวเรือน ลดค่าครองชีพกว่า 280 ล้านบาท
KEY
POINTS
- รัฐบาลเปิดโครงการ “พาณิชย์รถพุ่มพวง” เริ่ม 15 พ.ค. เพื่อจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกส่งตรงถึงชุมชนทั่วประเทศ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ
- โครงการนำสินค้าที่จำเป็น 14 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง ร้านค้าชุมชน และที่ทำการไปรษณีย์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก
- ผู้ประกอบการรถพุ่มพวงที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และได้รับชุดสินค้าเริ่มต้น (Starter Kit) เพื่อลดต้นทุนในการจำหน่าย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมเปิดงานด้วย เมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
นายอนุทิน เปิดเผยว่า สำหรับโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือนเพื่อให้สอดรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ คนละครึ่งพลัส โดยในระยะแรกจะดำเนินการระหว่างวันที่ 15 พ.ค. – 14 มิ.ย. 2569 รวมระยะเวลา 30 วัน โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น 14 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย มาจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านช่องทางใกล้ชุมชน ทั้งรถพุ่มพวง ร้านค้าชุมชน และจุดให้บริการของไปรษณีย์ไทย เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าจำเป็นได้สะดวกขึ้น
“รัฐบาลคาดว่าโครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายให้เกิดประโยชน์ครอบคลุมประชาชนไม่น้อยกว่า 4 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ หัวใจสำคัญของโครงการคือการนำสินค้าราคาประหยัดเข้าไปถึงพื้นที่ชุมชน ผ่านรถพุ่มพวง ทำให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไกล ลดค่าใช้จ่ายทั้งค่าสินค้าและค่าเดินทาง” นายอนุทิน กล่าว
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรถพุ่มพวงสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านกรมการปกครองแล้วกว่า 10,000 ราย โดยมีมาตรการสนับสนุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านบัตร Fleet Card หรือ Top-up Card ของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สำหรับรถพุ่มพวงที่ผ่านการคัดเลือก แบ่งตามขนาดรถ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ได้รับการสนับสนุน 250 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 1,000 บาทต่อเดือน รถสามล้อ ได้รับการสนับสนุน 375 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 1,500 บาทต่อเดือน และรถกระบะ ได้รับการสนับสนุน 750 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 3,000 บาทต่อเดือน
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้รับการสนับสนุนชุดสินค้าเริ่มต้น หรือ Starter Kit เพื่อทดลองตลาดและช่วยลดความเสี่ยงในการเริ่มจำหน่ายสินค้า โดยรถกระบะจะได้รับชุดสินค้าเริ่มต้น 14 รายการ 64 ชิ้น มูลค่าประมาณ 1,800 บาท รถสามล้อได้รับชุดสินค้าเริ่มต้น 14 รายการ 37 ชิ้น มูลค่าประมาณ 1,000 บาท และรถจักรยานยนต์ได้รับชุดสินค้าเริ่มต้น 8 รายการ 22 ชิ้น มูลค่าประมาณ 450 บาท
ทั้งนี้มีจุดจำหน่ายผ่านไปรษณีย์จังหวัดและไปรษณีย์อำเภอ รวม 946 จุด และร้านค้าชุมชน 129 ร้าน ซึ่งจะเป็นเครือข่ายสำคัญในการนำสินค้าราคาพิเศษไปถึงมือประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงห้างค้าปลีกหรือแหล่งจำหน่ายขนาดใหญ่ได้ไม่สะดวก
“โครงการนี้จะช่วยลดราคาสินค้าให้ประชาชน และเข้าถึงชุมชนได้มากขึ้น โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ไกลตลาดหรือห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้รถพุ่มพวงและร้านค้าชุมชน ซึ่งเป็นกลไกเศรษฐกิจฐานรากที่ใกล้ชิดกับประชาชน กระทรวงพาณิชย์จะติดตามการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด” นางศุภจี กล่าว
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความคืบหน้ามาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” ล่าสุดเตรียมเสนอใช้แหล่งเงินทุนจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.ก.) เงินกู้ เพื่อดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย Plus” ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาประหยัดได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น





