
NIA จับมือ GIFT ชูนวัตกรรม ทรานส์ฟอร์มระบบ แก้เกมผลไม้ล้นตลาด
NIA ผนึกเครือข่าย GIFT นำนวัตกรรมแก้เกมสินค้าเกษตรล้นตลาด ทรานส์ฟอร์มการจัดการระบบการเกษตรทั้งห่วงโซ่ ยกระดับรายได้เกษตรกรไทย
KEY
POINTS
- NIA ร่วมมือกับเครือข่าย GIFT ในโครงการ “AgTech Connext” เพื่อใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีแก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาดอย่างยั่งยืน
- โครงการเชื่อมโยงสตาร์ตอัปด้านเกษตรกับกลุ่มเกษตรกร เพื่อยกระดับการบริหารจัดการผลผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การเพาะปลูก การแปรรูป และการตลาด
- ความร่วมมือมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าผลผลิต ลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และสร้างตลาดที่มั่นคงให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าได้ในราคาที่สูงขึ้น 20-30%
- ตั้งเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันเกษตรปลอดสารเคมี 100% และสร้างห่วงโซ่อุปทานแบบไร้ของเสีย (Zero Waste) ภายในปี 2026
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับเครือข่าย GIFT (Green Innovative Farm Thailand) ผลักดันให้เกิดการใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาผลไม้ล้นตลาดอย่างเป็นรูปธรรม
แก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาด
ภายใต้โครงการ “AgTech Connext: นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาผลไม้ล้นตลาดอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสตาร์ตอัปด้านเกษตร กลุ่มเกษตรกร ภาคเอกชน และพันธมิตรในห่วงโซ่อุตสาหกรรมผลไม้ไทย เพื่อยกระดับการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
“ในฐานะหน่วยงานขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ ภายใต้บทบาท “Focal Conductor” ได้ดำเนินงานผ่าน 4 กลไกหลัก ได้แก่ Groom Grant Growth และ Global เพื่อสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง โดยภาคการเกษตรถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ NIA ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง
จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการพัฒนาสตาร์ตอัปด้านเกษตรให้สามารถสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ทั้งด้านการเพาะปลูก การบริหารจัดการฟาร์ม การลดต้นทุน และการเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกร ผ่านโครงการ “AgTech Connext” ที่มุ่งเชื่อมโยงเทคโนโลยีจากสตาร์ตอัปสู่เกษตรกรด้วยการทดลองใช้จริงและการเรียนรู้ร่วมกัน
เพื่อยกระดับศักยภาพ สร้างความมั่นคง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน จะเห็นได้ว่าปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายของภาคการเกษตรไทย โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เกิดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรในวงกว้าง โดยปัจจัยด้านสภาพอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการและการเข้าถึงตลาด ยิ่งทำให้เกษตรกรต้องเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น”
ด้านนายศิริพัฒน์ มีทับทิม กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท บอร์น โคออพเพอเรชั่น ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงฤดูกาลผลไม้ของทุกปี เกษตรกรไทยมักเผชิญปัญหาผลผลิตล้นตลาด ส่งผลให้ราคาสินค้าตกต่ำและกระทบต่อรายได้โดยตรง จากความท้าทายดังกล่าว Born Thailand สตาร์ตอัปด้านแพลตฟอร์มตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก NIA อย่างต่อเนื่อง
บริหารจัดการเกษตรครบวงจร
ได้ริเริ่มเครือข่าย Green Innovative Farm Thailand หรือ GIFT เพื่อพัฒนาระบบนิเวศเกษตรสมัยใหม่ ที่ช่วยเปลี่ยนการบริหารจัดการเกษตรแบบเดิมสู่ระบบที่สามารถคาดการณ์และวางแผนผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งแก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาดผ่านการเพิ่มมูลค่าผลผลิต เช่น การคัดแยก การตัดแต่ง การแปรรูป และการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกรสู่ตลาด B2B และ B2C ที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งนี้ การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้เกิดจากการผนึกกำลังของ 9 องค์กรพันธมิตร เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ใน 3 มิติหลัก มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในการเข้าถึงอาหารปลอดภัย ไร้สารตกค้าง ได้แก่
- ต้นน้ำ (การเพาะปลูกและฟื้นฟูอย่างยั่งยืน): นำร่องโดยกลุ่มเกษตรกรศักยภาพสูง, การนำนวัตกรรมลดการใช้สารเคมีมาใช้ในภาคการเกษตร
- กลางน้ำ (การยืดอายุผลผลิตและนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์): ลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวและปัญหา Food Waste
- ปลายน้ำ (การตลาดและการจัดจำหน่าย): สร้างตลาดที่มั่นคงและช่วยให้เกษตรกรกำหนดราคาพรีเมียมได้สูงกว่าตลาดทั่วไป 20-30%
ความร่วมมือครั้งนี้มีแผนดำเนินงานและวิสัยทัศน์ระยะยาวภายใต้แนวคิด “Go GIFT Together” โดยตั้งเป้ายกระดับภาคการเกษตรสู่วิถีเกษตรปลอดสารเคมีร้อยละ 100 พร้อมผลักดันการสร้างห่วงโซ่อุปทานแบบไร้ของเสีย (Zero Waste Supply Chain) อย่างเป็นรูปธรรม
ภายในปี 2026 มีแผนขยายผลความสำเร็จสู่ 5 จังหวัดยุทธศาสตร์ พร้อมตั้งเป้าสร้างรายได้เติบโตกว่า 210 ล้านบาท ภายใน 3 ปี และผลักดันแบรนด์ “GIFT-Green” ให้เป็นสัญลักษณ์ของสินค้าเกษตรคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม






