
‘อภิสิทธิ์’ จี้ เอกนิติเคลียร์ให้ชัดงบ ‘คนละครึ่งพลัส’ มาจากไหน
‘อภิสิทธิ์’ จี้เอกนิติรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังเคลียร์ให้ชัดงบ ‘คนละครึ่งพลัส’ มาจากไหน ชี้มาตรการที่ผ่านมาช่วยเหลือไม่ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อนของประชาชน
KEY
POINTS
- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรียกร้องให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ชี้แจงที่มาของงบประมาณสำหรับโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ให้มีความชัดเจน
- ตั้งคำถามว่าแหล่งเงินทุนจะมาจาก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ, งบประมาณปี 2570 หรือมาจากการกู้เงินเป็นกรณีพิเศษ
- แสดงความเห็นว่าเป้าหมายของโครงการควรเน้นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง มากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ และต้องการเห็นรายละเอียดตัวเลขที่ชัดเจน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องโครงการคนละครึ่งพลัส ว่า ยังเห็นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแบ่งอยู่ว่าจะมีทั้งกลุ่มเปราะบางและคนทั่วไป
ทั้งนี้ จึงต้องการเห็นตัวเลขตรงนี้ให้ชัด เพราะสิ่งที่เสนอไปตั้งแต่ตอนที่รัฐบาลแถลงนโยบายว่า การใช้เงินของรัฐในตอนนี้ เป้าหมายจริง ๆ คือการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากกว่ามองเป็น การใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ส่วนโครงการนี้จะได้ผลหรือไม่นั้น คงต้องขอดูรายละเอียดต่าง ๆ ของตัวโครงการก่อน เพราะมาตรการช่วยเหลือที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นภาคขนส่ง แท็กซี่ หรือ โครงการของกระทรวงพาณิชย์ ต้องยอมรับว่าไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนคนที่ได้รับความเดือดร้อน
ดังนั้นโครงการนี้ต้องรอปัจจัยหลักตรงนี้ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าจะทำได้ด้วย พ.ร.บ.โอนงบประมาณหรือไม่ หรือต้องรองบปี 2570 หรือต้องรอเงินกู้ หรือการกู้ยืมเงินเป็นพิเศษ จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งความชัดเจนตรงนี้
ส่วนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลในขณะนี้นั้น ต้องการให้รัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจนซึ่งนายเอกนิติ ได้พยายามชี้แจงถึงขั้นตอนต่าง ๆ ว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)โอนงบประมาณจะทำอย่างไร ร่าง พ.ร.บ. รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 เริ่มมีกรอบที่ชัดขึ้นแล้ว เพื่อไปสู่คำตอบว่าในที่สุดจำเป็นจะต้องกู้เงินหรือไม่
รวมถึงที่จะเน้นช่วยกลุ่มเปราะบาง โครงการรายละเอียดเป็นอย่างไร ซึ่งบอกว่าจะต้องทำอย่างแม่นยำ แต่ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ยังยืนยันว่าจริง ๆ แล้วการช่วยเหลือที่ดีที่สุดในขณะนี้ รัฐบาลยังใช้เครื่องมือได้อีกทั้งภาษีสรรพสามิต
ค่าการกลั่นที่สามารถลดได้อีก เพื่อช่วยตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งการช่วยแบบนี้จะลดภาระของรัฐบาลที่ต้องมาช่วยปลายทาง และไม่ควรปล่อยให้สินค้าที่ขึ้นไปแล้วลดลง







