thansettakij
thansettakij
นายจ้าง มองตลาดแรงงานปี 69 ลูกจ้างต้องมีศักยภาพ เตือนปรับตัวก่อนตกงาน

นายจ้าง มองตลาดแรงงานปี 69 ลูกจ้างต้องมีศักยภาพ เตือนปรับตัวก่อนตกงาน

01 พ.ค. 69 | 03:28 น.
อัปเดตล่าสุด :01 พ.ค. 69 | 03:37 น.

นายจ้าง ผ่าตลาดแรงงานปี 69 มีความไม่แน่นอนทั้งวิกฤตพลังงาน เศรษฐกิจชะลอตัว และการเข้ามาของเทคโนโลยี เตือนลูกจ้างต้องรับตัวด่วนก่อนตกงาน เร่งพัฒนาทักษะ เพิ่มศักยภาพ สร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่อองค์กร

KEY

POINTS

  • ตลาดแรงงานปี 2569 เผชิญความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงในการจ้างงาน
  • ลูกจ้างต้องปรับตัวจากการเป็นแค่ผู้มีงานทำ ไปสู่การเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าและมีศักยภาพสูง เพื่อสร้างความยั่งยืนในอาชีพ
  • เทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติ รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงภายในองค์กร เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ลูกจ้างอาจตกงานได้
  • การพัฒนาทักษะ (Reskill/Upskill) และการสร้างผลงานที่เกิดประโยชน์แก่องค์กร คือภูมิคุ้มกันสำคัญเพื่อป้องกันการถูกเลิกจ้าง

ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า วันแรงงานแห่งชาติ ปี 2569 หรือ “Labor Day 2026” แตกต่างไปจากหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากอยู่ภายใต้ความไม่แน่นอนจากวิกฤตพลังงานโลกซึ่งอาจยกระดับไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว พื้นฐานสำคัญเกิดจากสงครามในตะวันออกกลางทั้งสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยืดเยื้อเต็มสองเดือน

โดยขณะนี้ยังตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับการยุติสงคราม ส่งผลให้เกิดการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานโลกและตลาดภายในกระทบเป็นลูกโซ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

ข้อมูลของ สศช. มีการปรับการเติบโตของเศรษฐกิจหรือ GDP ปีพ.ศ. 2569 จากเดิมร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 1.4 ใกล้เคียงกับการประเมินของธนาคารโลกและธนาคารแห่งประเทศไทย ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับการเติบโตเศรษฐกิจเหลือร้อยละ 1.2 สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมีการคาดการณ์ว่าอาจหายไปประมาณ 4.7 ล้านคน ลดจากเป้าหมายเดิมร้อยละ 12.8 ข้อมูลเหล่านี้บ่งบอกถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจและการจ้างงาน
 

ประเด็นคือ หากเรายังเป็นมนุษย์เงินเดือนลองตั้งคำถามถึงความยั่งยืนในอาชีพการงาน ซึ่งแค่ยังมีงานทำอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ปัจจัยสำคัญคือต้องเป็นบุคลากร ซึ่งมีคุณค่าต่อองค์กรเกี่ยวข้องกับการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง เพื่อการทำงานที่ยั่งยืน (Work Value Sustainable) เกี่ยวข้องกับการสร้างความยั่งยืนในอาชีพการงานต้องจัดทำเป็นกลยุทธ์ว่าเรายังสามารถรักษาตำแหน่งงานและมีความก้าวหน้าได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงการทำงานผ่านไปวัน ๆ หรือแค่ขยันมาทำงานตัวชี้วัดด้วยการสแกนนิ้วไม่ขาดงานอาจไม่เพียงพอ

ภายใต้ตลาดแรงงานที่เปราะบาง การแข่งขันภายในที่รุนแรงไม่แพ้การแข่งขันทางธุรกิจ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทั้ง เอไอ-โรบอท-สายการผลิตออโตเมชั่น ซึ่งล้วนทำให้ลดอัตรากำลังคนได้มาก

 

ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย

 

ดร.ธนิต กล่าวว่า หากตัวคุณไม่ต้องการที่อยู่ในกลุ่มคนที่ถูกหมายหัวต้องพ้นจากหน้าที่การงาน จำเป็นต้อง “บริหารความเสี่ยง” โดยเฉพาะบุคลากรซึ่งทำงานกับบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งมีนวัตกรรมและการแข่งขันภายในรุนแรง

ดังนั้นหากเราไม่มีจุดแข็งหรือมีคุณค่าหรือมีจุดอ่อน เช่น อายุ 50 ปีขึ้นไปหรือพัฒนาตัวเองไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนไม่สามารถพัฒนาตัวเองให้มีผลิตภาพแรงงานให้คุ้มกับเงินเดือน

การอยู่รอดของมนุษย์เงินเดือนคือความสามารถในการปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในทุกรูปแบบเกี่ยวข้องกับทักษะทั้ง Reskill/Upskill การปรับตัวให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ตลอดจนความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น การทำงานต้องวิ่งไม่ใช่แค่เดินให้ตัวตนอยู่แถวหน้าตลอดเวลา 

ดร.ธนิต กล่าวว่า วันแรงงานปีนี้อย่าให้จบแค่วันที่ 1 พฤษภาคม ขอให้เป็นการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่ด้วยการสร้างคุณค่าให้ตัวเอง จำไว้ว่า ภายใต้เศรษฐกิจที่มีความเปราะบางอัตราการเติบโตเกือบต่ำสุดในอาเซียน ผลข้างเคียงทำให้อุปสงค์และอุปทานไม่สมดุลกัน ทำให้เกิดการแข่งขันรุนแรงทั้งในระดับนายจ้างหรือบริษัทที่เราทำงาน ซึ่งต้องแข่งขันกับคู่แข่ง ขณะเดียวกันการแข่งขันภายในองค์กรก็มีความรุนแรงไม่แพ้กัน 

ความมั่นคงในอาชีพไม่ได้มาจากแค่ทำงานอยู่ในองค์กรเข้มแข็งหรือเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ แต่เกิดจากศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงานของเราเอง

การปรับเปลี่ยนเพื่อสร้างคุณค่าในการทำงานหรือ “Work Value Sustainable” ลองตั้งคำถามว่าตัวเรา เช่น 

(1) เป็นบุคคลากรที่มีคุณค่าในองค์กรหรือไม่ 

(2) ตัวเราเป็นคนที่มีประโยชน์ต่อองค์กรและผลิตภาพผลงานคุ้มเงินเดือนที่เขายังคงจ้างงานโดยไม่ลังเล 

(3) ตัวเรามีความพร้อมมากน้อยเพียงใดที่จะก้าวทันการเปลี่ยนแปลงทั้งจากรูปแบบการจ้างงานตลอดจนธุรกรรมที่ต่างไปจากอดีต 

(4) ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ หรือสร้างผลงานที่หัวหน้างานหรือนายจ้าง “ร้องว้าว” คาดไม่ถึง     

ดร.ธนิต กล่าวว่า องค์กรในยุคเศรษฐกิจชะลอตัวมนุษย์เงินเดือน หากต้องการประสบความสำเร็จไม่ใช่ทำงานแค่ตามคำสั่งแต่ต้องให้เกิดผลลัพธ์ซึ่งมีคุณค่าต่อองค์กร (Outcome Values) ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้ตกงานหรือถูกเลิกจ้าง ตลอดจนไม่อยู่ในรายชื่อ “Early Retire List” แต่กลับเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อองค์กรตามด้วยความก้าวหน้าและความยั่งยืนในอาชีพการงาน