thansettakij
thansettakij
กรมขนส่งทางบก หั่นค่าตั๋ว บขส.-รถร่วมฯ ลด 3 สตางค์ เริ่มวันแรก

กรมขนส่งทางบก หั่นค่าตั๋ว บขส.-รถร่วมฯ ลด 3 สตางค์ เริ่มวันแรก

29 เม.ย. 69 | 03:19 น.
อัปเดตล่าสุด :29 เม.ย. 69 | 03:34 น.

กรมขนส่งทางบก ปรับลดค่าโดยสาร บขส.-รถร่วมฯ ลง 3 สตางค์ต่อกม.หลังราคาน้ำมันหล่น ' ย้ำสูตรคำนวณใหม่สะท้อนต้นทุนจริง ปลุกความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ-คืนกำไรผู้โดยสาร

KEY

POINTS

  • กรมการขนส่งทางบกประกาศลดค่าโดยสารรถ บขส. และรถร่วมบริการในเส้นทางระหว่างจังหวัดและกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด
  • ปรับลดค่าโดยสารลงในอัตรา 3 สตางค์ต่อกิโลเมตร เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลง
  • การปรับลดค่าโดยสารมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่มีความผันผวน

ทั้งนี้จากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุนและสภาพคล่องของผู้ประกอบการรถโดยสาร ซึ่งที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้มีการประชุมเพื่อหารือร่วมกับตัวแทนผู้ประกอบการทั่วประเทศ เพื่อรับฟังปัญหาและร่วมกันหาทางรับมือกับปัญหาดังกล่าว

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาได้มีการปรับตัวลดลง ซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 40.20 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าขนส่ง (ค่าโดยสาร) ได้มีมติปรับลดอัตราค่าโดยสารของรถโดยสารประจำทางหมวด 2 (กรุงเทพฯ - ต่างจังหวัด) และหมวด 3 (ระหว่างจังหวัด) ลง 3 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง เช่น เดินทาง 100 กิโลเมตร ปรับลง 3 บาทต่อที่นั่ง ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้ (วันที่ 29 เมษายน 2569 ) เป็นต้นไป สำหรับการยกเว้นหรือลดหย่อนค่าโดยสารอื่น ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิมที่เคยอนุมัติไว้

ส่วนการปรับลดราคาค่าโดยสารในวันนี้ได้พิจารณาจากสูตรคำนวณปัจจัยต้นทุนที่แท้จริงที่มีการปรับปรุงตามสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ดัชนีค่าพลังงาน (Energy Index) และค่าจ้างแรงงาน ซึ่งถูกออกแบบมาให้สามารถปรับขึ้นและลงได้ตามสถานการณ์

 

กรมขนส่งทางบกปรับลดค่าโดยสารลง 3 สตางค์ต่อกิโลเมตร

นอกจากนี้ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถจัดเก็บค่าโดยสารที่สะท้อนต้นทุนการเดินรถที่แท้จริง และสามารถจัดการเดินรถได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการดูแลและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน