
มติครม. ไม่ขัด ตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท ดันพลังงานวาระแห่งชาติ
มติครม. เห็นชอบวาระแห่งชาติด้านพลังงาน พร้อมตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท รอเสนอเข้า กพช. 29 เม.ย.นี้ พร้อมหาช่องช่วยคนใช้ไฟเกิน หนุนติดโซลาร์เซลล์ และลดใช้พลังงานทั่วประเทศ
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกำหนดให้เรื่องพลังงานเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านราคาแก่ประชาชน
- หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัย โดยให้การใช้ไฟ 200 หน่วยแรกมีอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
- มาตรการดังกล่าวตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้ภายในเดือนมิถุนายน 2569 และจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ต่อไป
28 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการกำหนดวาระแห่งชาติด้านพลังงาน โดยเน้นแนวทางการบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในนั้นคือ การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ภายในเดือนมิถุนายน 2569 โดยจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 29 เม.ย.นี้
นางสาวรัชดา กล่าวว่า การกำหนดวาระแห่งชาติด้านพลังงาน เนื่องนจากปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานของโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้น กระทบต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และมีแนวโน้มทำให้ราคาสินค้าและบริการในประเทศสูงขึ้น ดังนั้นรัฐบาล จึงเร่งกำหนดมาตรการสำคัญเพื่อบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
1.มาตรการการบรรเทาผลกระทบราคาค่าไฟฟ้าของประชาชน เช่น การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ภายในเดือนมิถุนายน 2569
2.มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงาน เช่น ส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดการพึ่งพาระบบหลัก รวมถึงส่งเสริมการติดตั้งในหน่วยงานรัฐในรูปแบบ ESCO Model และปรับรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าจากระบบ Adder เป็น Feed-in Tariff (FiT) ให้เหมาะสม
3.มาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน เช่น
(1) การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลตั้งเป้าให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 พร้อมรายงานผลอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงกับการประเมินผลผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ
(2) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น การเปลี่ยนไฟสาธารณะเป็นหลอด LED และระบบไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศในระยะยาว
(3) การส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศการติดตั้งสถานีอันประจุไฟฟ้าสาธารณะ (Public charging Station) และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่
(4) ส่งเสริมพลังงานชีวภาพ (Bio Energy) โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนของเสียและวัตถุดิบทางการเกษตร เพื่อนำมาใช้ในการผลิตพลังงานสะอาดในรูปแบบของเชื้อเพลิงชีวมวล และก๊าซชีวภาพในภาคขนส่ง
ทั้งนี้ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากมาตรการภาครัฐ จะช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพได้อย่างประหยัดและคุ้มค่า อันจะนำไปสู่การลดค่าใช้จ่ายได้พลังงานในระยะยาวและช่วยลดการใช้ทรัพยากรพลังงานโดยรวมของประเทศอีกด้วย
นางสาวรัชดา กล่าวว่า สำหรับประชาชนผู้ใช้ไฟมากกว่า 200 หน่วย ที่มีความกังวลใจ รัฐบาลขอให้ติดตามการแถลงต่อไป เพราะรัฐบาลเข้าใจและรับทราบถึงความกังวลนั้น ส่วนบางท่านอาจจะพิจารณาการใช้พลังงานทางเลือกโดยการตั้งติดโซล่ารูฟ ที่รัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อ ดอกเบี้ยตํ่า ผ่อนจ่ายถูกกว่าค่าไฟ และรับซื้อคืนไฟฟ้าส่วนเกิน หรือสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งวันพรุ่งนี้ (29 เม.ย.) จะนำเข้าหารือใน กพช.ต่อไป
“รมว.พลังงาน ได้รายงานเรื่องนี้ และได้เข้าใจถึงข้อกังวลว่า สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟมากกว่า 200 หน่วยขึ้นไป ก็กำลังพิจารณาให้ครอบคลุมด้วยและคงจะมีรายละเอียดที่เป็นที่อุ่นใจสบายใจแก่ประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งจะต้องมีกระบวนการชี้แจงออกมาว่าจะทำอย่างไร แต่ที่สำคัญคือผู้ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก คิดเป็นจำนวนครัวเรือนมากถึง 20 ล้านกว่าครัวเรือน ประมาณ 90% ของครัวเรือนทั้งประเทศ ก็ถือว่าเป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์กับคนจำนวนมาก” นางสาวรัชดา ระบุ







