
วาระครม. ถกกู้เงินโปะกองทุนน้ำมัน จับตาปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่
เปิดวาระครม. กระทรวงพลังงาน ขออนุมัติกู้ยืมเงินของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง จับตาปรับโครงสร้างค่าไฟรอบใหม่ ขณะที่หลายหน่วยงานเสนอขอตั้งงบเกินพันล้านบาท
KEY
POINTS
- ครม. เตรียมพิจารณาอนุมัติให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกู้ยืมเงิน เพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
- โครงสร้างค่าไฟใหม่จะแบ่งผู้ใช้เป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ใช้ไฟน้อยกว่า 200 หน่วย จะจ่ายไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ส่วนกลุ่มที่ใช้ไฟมากกว่า 400 หน่วย จะถูกปรับขึ้นเป็นมากกว่า 5 บาทต่อหน่วย
28 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยวาระเพื่อพิจารณา มีเรื่องสำคัญเสนอเข้ามาหลายเรื่อง โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน เสนอขออนุมัติกู้ยืมเงินของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่วนวาระอื่น ๆ มีดังนี้
กระทรวงการคลัง เสนอของบประมาณสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 และเสนอขอก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ สำหรับโครงการบำรุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์ ที่จัดซื้อในโครงการระยะที่ 5 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 - 2574
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอความเห็นชอบโครงการขอใช้เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และขออนุมัติจัดสรรเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการรับซื้อน้ำนมดิบเพื่อการผลิต ระยะที่ 2 ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย
กระทรวงพาณิชย์ เสนอผลการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 14 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงสาธารณสุข เสนอขอส่งผู้แทนไทยเข้าสมัครรับการเลือกตั้งตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ องค์การอนามัยโลก
ขณะเดียวกันยังมีหน่วยงานต่าง ๆ เสนอขออนุมัติตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สำหรับรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป หลายกระทรวง เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย และสภากาชาดไทย เป็นต้น
กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ขออนุมัติแผนความต้องการครุภัณฑ์ โครงการสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รวมทั้งเสนอโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม,โครงการศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นเลิศบูรพาทิศ มหาวิทยาลัยบูรพา, โครงการศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน ศูนย์กลางการแพทย์ชั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และโครงการศูนย์สุขภาพอันดามัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ส่วนวาระเพื่อทราบ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และป.ป.ช. มีข้อเสนอแนะเพื่อการป้องกันความเสี่ยงการทุจริตในการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย
นอกจากนี้ยังต้องจับตากระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ ก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 29 เม.ย.นี้ เพื่อให้มีผลในเดือน มิ.ย.เป็นต้นไป โดยอัตราค่าไฟใหม่จะครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
1.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วย (กลุ่มเป้าหมายหลัก) จะมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน โดยกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็น กลุ่มเดิมที่ใช้ไฟน้อยกว่า 200 หน่วย จำนวน 15.4 ล้านครัวเรือน และกลุ่มที่ใช้ไฟมากกว่า 200 หน่วยอีก 7.8 ล้านครัวเรือน ที่จะได้รับอานิสงส์จากการปรับโครงสร้าง
2.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย (กลุ่มปกติ) เป็นครัวเรือนใช้ไฟฟ้าระดับปานกลางคิดอัตราค่าไฟฟ้าเรตปกติที่ 3.95 บาทต่อหน่วย มีประชาชนกลุ่มนี้ 4.6 ล้านครัวเรือน
3.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป (กลุ่มรอปรับอัตราใหม่) สำหรับบ้านเรือนที่ใช้ไฟฟ้าสูงมี 3.2 ล้านครัวเรือน จะถูกปรับขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 4.50 บาทต่อหน่วย เป็นมากกว่า 5 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 1 บาทต่อหน่วย







