
ไทยยกระดับการค้า สู่ OECD ลุยสกัดสินค้าปลอมพุ่ง 2.3 พันล้าน
ไทยเร่งสกัดสินค้าปลอม ชี้ 6 เดือนปราบปรามพุ่ง 2.3 พันล้านบาท ยกระดับเกมการค้าสู่มาตรฐาน OECD สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในรอบ 6 เดือนแรก ปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลได้มีการจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้มากกว่า 300 คดี หรือเฉลี่ยกว่า 40 คดีต่อเดือน ยึดของกลางได้กว่า 1.2 ล้านชิ้น โดยประมาณการความเสียหายรวมอยู่ที่ 2,300 ล้านบาท
ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอย่างจริงจัง ผ่านการทำงานร่วมกันของกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ DSI
“ความสำคัญของการปราบปรามครั้งนี้ว่า ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุม แต่คือการวางรากฐานทางเศรษฐกิจ หัวใจสำคัญคือการคุ้มครองผู้บริโภค เพราะสินค้าปลอมส่งผลกระทบต่อของกินของใช้ เช่น ผงชูรสหรือเครื่องดื่มชงดื่ม อีกทั้งยังเป็นการให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่คิดค้นนวัตกรรม เพื่อสร้างแรงจูงใจในการลงทุนในอนาคต”
ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานสากลสู่สมาชิก OECD เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล รัฐบาลได้ดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสมัย และพัฒนาระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา
โดยกรมศุลกากรได้ร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดโอกาสให้เจ้าของสิทธิสามารถแจ้งข้อมูลเพื่อตรวจสอบสินค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานขององค์กรการค้าโลก (WTO)
“การดำเนินการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจไทยให้เทียบเท่าประเทศชั้นนำ เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ และเชื่อมโยงไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอย่างมีคุณภาพ”
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงาน ซึ่งผลการดำเนินงานด้านการจับกุม ปราบปราม และดำเนินคดีในช่วงที่ผ่านมา สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
"สะท้อนถึงความจริงจังของไทยในการแก้ไขปัญหา เพื่อส่งสัญญาณต่อประชาคมโลกว่าไทยเร่งยกระดับมาตรการอย่างต่อเนื่อง หวังลดข้อกังวลจากนานาชาติ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรการกีดกันการค้าของสหรัฐฯ ตามกฎหมายสหรัฐ มาตรา 301"
ทั้งนี้ ตนมีกำหนดเดินทางเยือนสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 3-6 พฤษภาคมนี้ เพื่อเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit ร่วมกับภาคเอกชนไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการแสวงหาคู่ค้าการลงทุนใหม่ ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และหารือด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ควบคู่กับการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อสหรัฐฯ ถึงความมุ่งมั่นของไทยในการดูแลและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
สำหรับการหารือครั้งนี้ ไทยจะใช้โอกาสดังกล่าวตอกย้ำความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อกังวลใน มาตรา 301 หลังจากไทยได้ยื่นคำชี้แจงต่อสหรัฐฯ ไปแล้วเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ครอบคลุมทั้งประเด็นปัญหาผลผลิตส่วนเกิน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
โดยรัฐบาลเชื่อว่าการแสดงผลงานเชิงประจักษ์ด้านการปราบปรามสินค้าละเมิด จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าอื่นๆ ได้มากขึ้น
“เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เพียงประเด็นที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ แต่เป็นมาตรฐานสำคัญของประเทศคู่ค้าทั่วโลก ไทยจึงต้องแสดงความตั้งใจอย่างชัดเจนว่าเราจริงจังและพร้อมยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง”







