
รัฐบาลรีดไขมัน 'งบประมาณ 2570' หั่นงบกลุ่มจังหวัด-จังหวัด เกือบ 2 หมื่นล้าน
'ภราดร' ประกาศรีดไขมัน 'งบประมาณ 2570' หั่นงบกลุ่มจังหวัด-งบจังหวัด เกือบ 2 หมื่นล้าน งดเดินทางต่างประเทศ เตรียมเงินใช้ 'ไทยช่วยไทย' แย้มคนละครึ่งพลัสอาจได้ไม่น้อยกว่า 2,000 บาท/คน
21 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายการจัดทำงบประมาณปี 2570 ยึดหลักความคุ้มค่า และงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting)
โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่หน่วยรับงบประมาณจะเสนอต้องเป็นงบประมาณที่ตอบโจทย์ 3 เรื่อง คือ ตอบโจทย์สถานการณ์ของโลก ตอบโจทย์กับสถานการณ์ของประเทศไทย และที่สำคัญจะต้องตอบโจทย์ในการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง
“การทำคำขอของหน่วยรับงบประมาณ ปกติจะเสนอขึ้นมาประมาณ 2 หรือ 3 เท่า เพื่อให้สำนักงบประมาณพิจารณา ถือเป็นภาระของสำนักงบประมาณอย่างมาก เพราะต้องใช้เวลาอย่างมากในการตัดลดงบประมาณลง 2 เท่า แต่ในปีนี้นายกฯ ก็ได้ให้นโยบายทุกหน่วยงานว่าให้ทำคำขอมาเพียงไม่เกิน 20% ของปีที่ผ่านมา และให้หน่วยงานนั้นกลั่นกรองโครงการที่มีประโยชน์ มีความสำคัญ และตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลและพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด” นายภราดร ระบุ
นายภราดร กล่าวว่า ในประเด็นต่อมา คือการจัดทำโครงการต่าง ๆ ที่อาจจะมีความสำคัญรองลงไป เช่น การสร้างอาคารสำนักงานต่าง ๆ ในปีงบประมาณนี้ ได้ขอให้หน่วยงานราชการที่จะสร้างอาคารสำนักงานให้ชะลอชั่วคราว 1-2 ปีนี้ไปก่อน โดยสำนักงบประมาณจะยังไม่จัดสรรงบประมาณในการสร้างอาคารสำนักงานใหม่ให้ แต่หากมีความจำเป็นจริงๆ ให้ใช้วิธีการเช่า หรือใช้วิธี PPP แทน
เช่นเดียวกับเรื่องการอบรมสัมมนาและการดูงานต่างประเทศ โดยเฉพาะการดูงานต่างประเทศนั้น รัฐบาลได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าจะไม่อนุญาตให้มีการไปดูงานในต่างประเทศ เพื่อประหยัดเงินงบประมาณในส่วนนี้ไปใช้ในโครงการที่มีความสำคัญ แต่สำหรับข้าราชการที่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปประชุมก็ขอให้จำกัดจำนวนคนให้ได้มากที่สุด
พร้อมกันนี้ในส่วนของงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดนั้น สำนักงบประมาณจะพิจารณาปรับปรุงใหม่ โดยเฉพาะงบกลุ่มจังหวัดปีนี้ จะของดเว้นไว้ก่อน ส่วนงบจังหวัด ถ้าเป็นงบประมาณที่ใช้ในการทำถนนหรือแหล่งน้ำของจังหวัด ก็ให้ชะลอคำขอไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน เพราะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการอยู่แล้ว จึงขอให้ทางจังหวัดได้ชะลอโครงการเหล่านี้ไว้ก่อน
“ตัวอย่างงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ปกติได้งบในแต่ละปีรวมประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาท เมื่อดูตามคำขอที่ทางจังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้ขอเข้ามาเมื่อปลายรัฐบาลที่แล้ว ในปีนี้เราจะจัดสรรให้เฉพาะงบที่เกี่ยวกับการพัฒนาการท่องเที่ยวหรืองบที่กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ส่วนงบลงทุนที่เป็นภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานปกติจะไม่จัดสรรให้ คาดว่าน่าจะเหลือคำขอประมาณ 4 พันล้านบาท ลดไปได้เกือบ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อเอากลับมาทำนโยบายที่จำเป็นอื่นให้กับพี่น้องประชาชน” นายภราดร กล่าว
ตัดแผนบูรณาการเหลือ 3 แผน
นอกจากนี้ที่ประชุมครม. วันนี้ยังเห็นชอบการทบทวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการปี 2570 โดยปรับลดแผนบูรณาการงบประมาณ จากเมื่อปีงบประมาณ 2569 ที่มี 9 แผนงานบูรณาการ เหลือเพียงแค่ 3 แผนบูรณาการเท่านั้น คือแผนบูรณาการน้ำ แผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล และแผนบูรณาการเรื่อง ป.ป.ช. ส่วนที่เป็นภารกิจอยู่ในแผนบูรณาการ 6 แผนที่เหลือ ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการในงบปกติของตัวเอง
นายภราดร กล่าวว่า การปรับลดงบประมาณต่าง ๆ จะทำให้การบริหารงบประมาณมีประสิทธิภาพในการรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น วงเงินงบประมาณปี 2570 จำนวน 3.788 ล้านล้านบาท เมื่อหักงบประจำ เงินเดือน และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดออกไป จะเหลือเงินที่สามารถใช้บริหารจัดการนโยบาย และเพิ่มพื้นที่ทางการคลัง หรือ Fiscal Space ประมาณ 7-8 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ยังสามารถนำมาดำเนินโครงการเยียวยาต่าง ๆ เช่น โครงการ "ไทยช่วยไทย" มีหลายโครงการมาก ทั้งสำหรับกลุ่มเปราะบางที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านคน และโครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งอยู่ในโครงการไทยช่วยไทย โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 20-30 ล้านคน ส่วนวงเงินกำลังอยู่ในช่วงของการพิจารณาของกระทรวงการคลัง
เช่นเดียวกับการดำเนินโครงการเรื่องปุ๋ยราคาถูกของ ธ.ก.ส. และการช่วยเกษตรกรเรื่องลดดอกเบี้ยคนละครึ่ง รวมถึงโครงการของกระทรวงพาณิชย์อย่างโครงการฟ้า ธงเขียว หรือรถพุ่มพวงที่กำลังจะออกในเร็ว ๆ นี้
“โครงการคนละครึ่งจะให้คนละเท่าไหร่หรือกี่เดือนนั้น ตอนนี้อยู่ในกระบวนการประเมินสถานการณ์ของกระทรวงการคลังว่าจะออกโมเดลแบบไหน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์สงครามที่อาจยืดเยื้อ แต่ยืนยันว่าวงเงินจะไม่น้อยกว่าครั้งที่แล้วที่ให้คนละ 2,000 บาท” นายภราดร ระบุ
งบประมาณ 70 เสร็จทันตุลาคมนี้
นายภราดร กล่าวถึงการจัดทำงบประมาณปี 2570 ว่า จะสามารถประกาศใช้ทันวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยหลังจากนายหกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายไปแล้ว เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา หลังจากนี้ไปจนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม ทุกหน่วยงานราชการต้องไปจัดทำคำขอเสนอไปที่สำนักงบประมาณ
จากนั้น สำนักงบประมาณจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการพิจารณาคำขอและตัดลดคำขอต่าง ๆ ให้อยู่ภายใต้เพดานที่กำหนดเอาไว้ที่ 3.788 ล้านล้านบาท ก่อนเสนอครม. อีกครั้ง เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการจัดทำแล้ว จะเสนอไปให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้พิจารณาในชั้นรับหลักการและในวาระ 2 - 3 ต่อไป คาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จวันที่ 21 กันยายน ก็สามารถที่จะนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อมาประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป
เร่ง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 69
ขณะเดียวกันรัฐบาลยังจัดทำ พ.ร.บ. โอนงบประมาณประจำปี 2569 ซึ่งได้เขียนเรื่องนี้เอาไว้เป็นหนึ่งในนโยบายและได้แถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว และจะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาในวาระถัดไป โดยประเมินว่า น่าจะได้เงินอยู่ที่ไม่น่าจะเกิน 50,000-60,000 ล้านบาท
แต่อย่างไรก็ดีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 140 กำหนดว่า หากจำเป็นที่จะต้องออก พรบ. โอนงบประมาณแล้ว ส่วนแรกจำเป็นที่จะต้องนำเงินไปชดใช้เงินคงคลัง ซึ่งค้างอยู่ประมาณ 70,000 ล้านบาท อาจไม่สามารถที่จะนำไปแก้ไขปัญหาวิกฤตและไปเยียวยาประชาชนได้
ดังนั้นจึงต้องหาแนวทางซึ่งสุดท้ายก็คือต้องจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ก่อน เพื่อตั้งงบไปชดใช้เงินคงคลัง ทำให้ พรบ.โอนงบประมาณ ที่จะออกมา มีเงินเหลือไปแก้ไขปัญหาหรือเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนได้







