thansettakij
thansettakij
ทลายโรงงานผงชูรส-รสดีปลอม ยึดของกลาง 2 หมื่นชิ้น เสี่ยงสารอันตราย

ทลายโรงงานผงชูรส-รสดีปลอม ยึดของกลาง 2 หมื่นชิ้น เสี่ยงสารอันตราย

18 เม.ย. 69 | 05:02 น.
อัปเดตล่าสุด :18 เม.ย. 69 | 05:12 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขยายผลจับขบวนการละเมิดลิขสิทธิ์ ยึดผงชูรสและผงปรุงรสปลอมกว่า 2 หมื่นชิ้น พบทำมานาน 2 ปี ส่งขายทั่วประเทศ กระทบความเชื่อมั่นแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคและเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ

KEY

POINTS

  • ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับ อย. บุกทลายแหล่งผลิตผงชูรสและรสดีปลอมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปทุมธานี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย
  • ยึดของกลางได้รวมกว่า 24,000 ชิ้น ประกอบด้วยสินค้าปลอม วัตถุดิบ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตจำนวนมาก
  • กระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐานและไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้สินค้าเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารอันตราย เช่น โลหะหนัก ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้  พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วงศ์ปกรณ์ เปรมกุลนันท์, พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ., สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ ภก.เลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 7 ราย ได้แก่ นายเกรียงไกรฯ, น.ส.บรรจงฯ, น.ส.อัมพรรัตน์ฯ, น.ส.ธิดาวรรณฯ, นายอุทิศฯ, น.ส.สมใจฯ และนายเวโรจน์ฯ ในความผิดฐาน "ร่วมกันปลอมและมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม และผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอม"

โดยจับกุมได้ที่เป้าหมาย 4 จุด ประกอบด้วยบ้านพักและร้านค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และบริเวณปั๊มน้ำมัน อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนขยายผลจากผู้ค้ารายย่อยใน จ.ชัยภูมิ นานกว่า 3 เดือน จนพบขบวนการลักลอบผลิตและบรรจุผงชูรสยี่ห้ออายิโนะโมะโต๊ะ และผงปรุงรสยี่ห้อรสดีปลอม โดยใช้บ้านพักในกรุงเทพมหานครเป็นแหล่งผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารอันตราย และจะใช้เวลากลางคืนในการขนส่งสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม

ทลายโรงงานผงชูรส-รสดีปลอม ยึดของกลาง 2 หมื่นชิ้น เสี่ยงสารอันตราย เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบรถกระบะตู้ทึบต้องสงสัยขับออกจากบ้านเป้าหมาย จึงสะกดรอยตามไปจนถึงปั๊มน้ำมันใน จ.ปทุมธานี และเข้าตรวจค้นจับกุมนายอุทิศฯ คนขับรถ พร้อมของกลางสินค้าปลอมซุกซ่อนอยู่ท้ายรถ

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายใน ซ.สะแกงาม 50 เขตบางขุนเทียน พบแรงงานกำลังผลิตและบรรจุสินค้าปลอม โดยสามารถตรวจยึดของกลางรวม 24,918 ชิ้น ประกอบด้วย ผงชูรสปลอมเครื่องหมายการค้า 4,804 ซอง, รสดีปลอมเครื่องหมายการค้า 1,532 ซอง, รถกระบะตู้ทึบ 1 คัน, ซองพลาสติกใสและกล่องเปล่ารอการบรรจุกว่าหมื่นชิ้น, สาร Monosodium Glutamate 106 กระสอบ (2,650 กก.), เกลือ 6 กระสอบ (150 กก.), น้ำตาล 68 กระสอบ (68 กก.), ผงปรุงรส 57 กระสอบ (30 กก.), เครื่องบรรจุ 2 เครื่อง, ภาชนะผสม 2 ถัง และเครื่องชั่งน้ำหนัก 5 เครื่อง

ทลายโรงงานผงชูรส-รสดีปลอม ยึดของกลาง 2 หมื่นชิ้น เสี่ยงสารอันตราย จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยนายเกรียงไกรฯ ให้การเพิ่มเติมว่ารับผลิตตามออเดอร์มาแล้วประมาณ 2 ปี ผลิตได้วันละ 1,500 ซอง และนัดส่งสินค้าตามข้างทางหรือผ่านขนส่งเอกชนเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า จากความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้ดำเนินปฏิบัติการปราบปรามแหล่งผลิตและจำหน่าย“ผงชูรส–ผงปรุงรสปลอม” ซึ่งมีการปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าและเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายและกระจายสินค้าไปยังแหล่งต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ทลายโรงงานผงชูรส-รสดีปลอม ยึดของกลาง 2 หมื่นชิ้น เสี่ยงสารอันตราย ซึ่งจากการตรวจค้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ พบของกลางเป็นจำนวนมาก พร้อมวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตจำนวนมาก รวมถึงวัตถุดิบโมโนโซเดียมกลูตาเมต น้ำตาล เกลือ และบรรจุภัณฑ์ปลอมจำนวนมาก  โดยลักษณะการผลิตเป็นการลักลอบผลิตในสถานที่ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่มีการควบคุมกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) มีการผสมวัตถุดิบในภาชนะที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์และสารอันตราย เช่น โลหะหนัก อันอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้

ทลายโรงงานผงชูรส-รสดีปลอม ยึดของกลาง 2 หมื่นชิ้น เสี่ยงสารอันตราย เภสัชกรเลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า อย. มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสินค้ากลุ่มนี้เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคใช้ในชีวิตประจำวัน และพบการลักลอบผลิตและจำหน่ายในลักษณะนี้บ่อยครั้ง อย. ได้มีการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์อาหารมาอย่างต่อเนื่องและบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดจนถึงที่สุด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง สำหรับกรณีดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องที่เฝ้าระวังมาโดยตลอดมีผลิตภัณฑ์ที่ตรวจพบเสมือนว่าเป็นของจริงอยู่ในท้องตลาด จึงได้มีการประสานงานไปยัง บก.ปอศ. ในการตรวจสอบ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้เมื่อตรวจสอบสถานที่ไม่มีความเหมาะสม ไม่อยู่ในสภาพการผลิตที่ถูกต้อง จึงได้ทำการแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอม ฝ่าฝืนมาตรา 25 (2) มีโทษตามมาตรา 59 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 บาท - 100,000 บาท สำหรับสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ  ซึ่งไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เข้าข่าย ฝ่าฝืนมาตรา 6 (7) มีโทษตามมาตรา 49 ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ขอเตือนประชาชนควรเลือกซื้อเครื่องปรุงรสจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ มีที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง หลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าจาก แผงลอยหรือตลาดนัดที่มีราคาถูกผิดปกติ สังเกตบรรจุภัณฑ์ความประณีตของซองมีรอยซีลปิดผนึกเรียบร้อย และภาพและตัวอักษรต้องคมชัด สีไม่เพี้ยน หากพบความผิดปกติ เช่น ตัวอักษรเบลอ หรือซองมีลักษณะต่างจากที่เคยซื้อประจำ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของปลอม อย่าเสี่ยงนำมารับประทานเพราะอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้