thansettakij
thansettakij
อมตะเร่งปั้น ‘Industrial City’ ดึงทุนโลกลง EEC รับคลื่นลงทุน AI--Data Center

อมตะเร่งปั้น ‘Industrial City’ ดึงทุนโลกลง EEC รับคลื่นลงทุน AI--Data Center

17 เม.ย. 69 | 23:28 น.
อัปเดตล่าสุด :17 เม.ย. 69 | 23:28 น.

อมตะเร่งเดินหน้าปั้น ‘Industrial City’ อีโคซิสเต็มอุตสาหกรรมยุคใหม่ ดึงทุนโลกลง EEC รับคลื่นลงทุน AI-Data Center

KEY

POINTS

  • อมตะ คอร์ปอเรชัน เร่งยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่การเป็น ‘Industrial City’ หรือเมืองอุตสาหกรรมสมบูรณ์แบบที่ผสมผสานการทำงาน การใช้ชีวิต และการพักผ่อน
  • มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลกมายังเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้เป็นฐานการผลิตและการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาค
  • มุ่งเน้นการรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่และซัพพลายเชนที่ขับเคลื่อนด้วย AI

นายเออิจิ ทานาเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่เมืองอุตสาหกรรมสมบูรณ์แบบ หรือIndustrial City เพื่อให้เป็นฐานการผลิตการลงทุนของประเทศ รองรับการขยายลงทุนต่อเนื่องจากทุนทั่วโลก

โดยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจแห่งใหม่ของภูมิภาค บริษัทจึงมุ่งขยายบทบาทของนิคมอุตสาหกรรมที่ผสานทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต และการพักผ่อนในรูปแบบดังกล่าว

“การดำเนินการดังกล่าวเพื่อสร้างระบบนิเวศ หรืออีโคซิสเต็มที่ธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุล โดยสะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของนักลงทุนในการใช้เป็นฐานการผลิต และมีการขยายลงทุนอย่างต่อเนื่อง จากการกลับเข้ามาลงทุนซ้ำ (Reinvestment) ถือเป็นการยกระดับเทคโนโลยีและภาพลักษณ์แบรนด์ในประเทศไทย”

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะยกระดับนิคมอุตสาหกรรมจากพื้นที่โรงงานแบบดั้งเดิม สู่เมืองที่รองรับทั้งการผลิตขั้นสูง การอยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการรองรับอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ และซัพพลายเชนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งานและมีความยืดหยุ่นสูง

สำหรับความก้าวหน้าในแผนการพัฒนานิคมอมตะทุกพื้นที่ ทั้งในและต่างประเทศได้มีการต่อยอดจากรากฐาน ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970–1980 ที่นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาวางฐานอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมีสัดส่วนการจัดหาวัตถุดิบในประเทศสูงถึง 90%  ส่งผลปัจจุบัน เกิดเครือข่ายซัพพลายเชน ที่เข้มแข็ง และ เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้ EEC กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่การลงทุน ที่มีศักยภาพแข่งขันสูงที่สุดของประเทศไทย

ปัจจุบันอมตะมีโรงงานญี่ปุ่นกว่า 650 แห่งในไทยและเวียดนาม สะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวของนักลงทุนญี่ปุ่นที่มีต่อภูมิภาค ในบริบทดังกล่าว Hotel Nikko Amata City Chonburi จะมีบทบาทเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่รองรับทั้งนักธุรกิจ วิศวกร ทีมโครงการ และนักเดินทางระยะยาว รวมถึงนักท่องเที่ยว

นอกจากรองรับการเดินทางเพื่อธุรกิจแล้ว ทำเลของอมตะซิตี้ ชลบุรี ยังเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ เช่น บางแสน ศรีราชาในบรรยากาศ Little Osaka รวมถึงสวนสัตว์เปิดเขาเขียว และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศริมแม่น้ำบางปะกง

“แนวคิดการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ผสานการใช้ชีวิต การทำงาน และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน Hotel Nikko Amata City Chonburi จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับ EEC สู่เมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต”