thansettakij
thansettakij
'ศุภจี' เคาะ 3 มาตรการแก้วิกฤตเม็ดพลาสติก ตั้งคณะทำงานคุมราคา-สต็อก

'ศุภจี' เคาะ 3 มาตรการแก้วิกฤตเม็ดพลาสติก ตั้งคณะทำงานคุมราคา-สต็อก

08 เม.ย. 69 | 05:10 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 69 | 05:49 น.

'ศุภจี' รองนายกฯ หารือ 'วราวุธ' รมว.อุตสาหกรรม แก้วิกฤตเคาะ 3 แนวทาง เตรียมตั้งคณะทำงาน คุมเม็ดพลาสติก ดูแลสินค้าเป้าหมาย ลดต้นทุน-สต็อก รับมือวิกฤตราคาผันผวนทั่วโลก

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์ประกาศ 3 มาตรการหลักเพื่อบริหารจัดการเม็ดพลาสติกที่ถูกกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม เพื่อแก้ปัญหาราคาและสต็อก
  • มาตรการมุ่งเน้นการกำหนดสินค้าเป้าหมายที่กระทบค่าครองชีพ เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร, การใช้วัสดุทดแทน และการส่งเสริมความยั่งยืนผ่านการรีไซเคิล
  • จะมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงต่างๆ เพื่อดูแลต้นทุน ราคา ป้องกันการกักตุน และบริหารจัดการสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน

8 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางบริหารจัดการเม็ดพลาสติก ร่วมกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองกระทรวง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้าร่วม 

ทั้งนี้ หลังที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศให้ “เม็ดพลาสติก” เป็นสินค้าควบคุม เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะวิกฤตในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบ

นางศุภจี เปิดเผยว่า เม็ดพลาสติกถือเป็นสินค้าต้นทางสำคัญของอุตสาหกรรมหลายประเภท ทั้งบรรจุภัณฑ์อาหาร เวชภัณฑ์ และสินค้าอุปโภคบริโภค จำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแล เพื่อป้องกันผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยการกำหนดมาตรการจะพิจารณาอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ และมีการทบทวนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ แนวทางบริหารจัดการจะเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่

1.การกำหนดสินค้าเป้าหมาย (Focus Items) เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร เวชภัณฑ์ และถุงพลาสติก เพื่อดูแลผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับค่าครองชีพของประชาชนอย่างตรงจุด

2. การใช้วัสดุทดแทน รวมถึงหารือผู้ประกอบการในการ Simplify SKU (Stock Keeping Unit) ทำให้รายการสินค้าเรียบง่ายขึ้นลดความซับซ้อน และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ (Redesign) ในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพาพลาสติกและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

 

'ศุภจี' เคาะ 3 มาตรการแก้วิกฤตเม็ดพลาสติก ตั้งคณะทำงานคุมราคา-สต็อก

 

3.ด้านความยั่งยืน (Sustainability) มองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณ 2.7 ล้านตันต่อปี แต่สามารถรีไซเคิลได้เพียงร้อยละ 20–25 เท่านั้น จึงจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมการคัดแยกขยะและการนำกลับมาใช้ใหม่อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ยังควรปรับพฤติกรรมผู้บริโภคลดการใช้พลาสติก และจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข 

โดยมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการรองรับภาวะขาดแคลน ดูแลต้นทุนและราคาที่เหมาะสมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน พร้อมใช้เป็นโอกาสในการลดการใช้พลาสติกและลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อกำหนดมาตรการทั้งระยะสั้น กลาง และยาว รวมถึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และป้องกันการกักตุนสินค้า

 

'ศุภจี' เคาะ 3 มาตรการแก้วิกฤตเม็ดพลาสติก ตั้งคณะทำงานคุมราคา-สต็อก

 

ขณะเดียวกัน นางศุภจียังกล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศหยุดยิงอิหร่านชั่วคราว 2 สัปดาห์ว่า เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยให้สถานการณ์ด้านการขนส่งและต้นทุนวัตถุดิบมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะเอื้อต่อการบริหารจัดการสินค้าควบคุมของไทย โดยขณะนี้ยังต้องติดตามสต๊อกและต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สินค้าจำเป็นมีเพียงพอและราคาเหมาะสม

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเร่งหารือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพื่อจัดตั้งกลไกเฉพาะกิจ (Task Force) ในการรับมือวิกฤตเม็ดพลาสติกอย่างเป็นระบบต่อไป