
อัตราเงินเฟ้อ มี.ค. -0.08% จับตา Q2 สินค้าแพงดัน ปรับเป้าทั้งปีพุ่ง 1.5-25%
สนค. เผยเงินเฟ้อ มี.ค. ติดลบ 0.08% จับตา Q2 มีแนวโน้มพุ่ง จากน้ำมันแพง อาหาร-ค่าเดินทางขยับ ผู้ประกอบการเริ่มส่งสัญญาณขึ้นราคา ปรับเงินเฟ้อทั้งปี 1.5-2.5%
KEY
POINTS
- อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม 2569 ลดลง 0.08% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ
- คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในไตรมาสที่ 2 จะกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยราคาน้ำมัน สินค้าเกษตร และต้นทุนผู้ประกอบการที่สูงขึ้น
- กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั้งปี 2569 ขึ้นเป็นระหว่าง 1.5% - 2.5% จากเดิมที่คาดไว้ 0.0% - 1.0%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อํานวยการสํานักงานนโยบายและยุทธศาสตรการคา (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนมีนาคม 2569 เท่ากับ 100.27 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งเทากับ 100.35 หําให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง 0.08%
แม้จะมีสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันเซื้อเพลิงและสินค้าสําคัญหยุดชะงัก และทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาตโลกเร่งตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศยังถูกจำกัดการปรับเพิ่มขึ้นจากมาตรการตรึงราคาในช่วงครึ่งเดือนแรก และการปรับลด ค่ากระแสไฟฟายังคงช่วยบรรเทาภาระคาครองชีพ ประกอบกับสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสต็อกเดิม จึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคา ในเดือนมีนาคม
ขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น จากเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสําเร็จรูป สําหรับราคาสินคาและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบตอภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ของไทยลดลง 0.08% โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 4 จาก 136 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำสุดใน กลุ่มอาเซียน 9 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน ติมอร์-เลสเต สิงค์โปร มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย สปป.ลาว)
สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ยไตรมาสแรกของปี 2569 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ลดลง 0.54 และเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ลดลง 0.16%
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่ยังไม่ชัดเจน จากสงครามตะวันออกกลางว่าจะยืดเยื้อและรุนแรงแค่ไหน ได้มีผลต่อราคาน้ำมัน และต้นทุนต่างๆที่สูงขึ้น กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดทำคาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 ไว้ 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 น้ำมันสูง 2 เดือน โดยราคาน้ำมันเดือนเมษายน-พฤษภาคม ราคาไปอยู่ที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากนั้นมาอยู่ที่ 70 ดอลลาร์ และเฉลี่ยทั้งปี 79.36 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาดีเซล เดือนเมษายน-พฤษภาคม ราคาเกิน 44.24 บาทต่อลิตร หลังจากนั้นอยู่ที่ 32.25 บาท เฉลี่ยทั้งปี 33.90 บาท ค่าไฟเดือน เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ราคา 3.95 บาทต่อหน่วย เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม ราคา 3.88 บาทต่อหน่วย อาหารจานด่วนขึ้น 3 % อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.50-2.50 % โดยแยกเป็นไตรมาสแรก ติดลบ 0.54% ไตรมาส 2 สูงขึ้น 3.67% ไตรมาส 3 บวก 2.24% ไตรมาส 4 บวก 2.48 %
สำหรับกรณีที่ 2 น้ำมันสูง 3 เดือน โดยเดือน เมษายน-พฤษภาคม ราคา 120 ดอลลาร์ หลังจากนั้น 80 ดอลลาร์ ราคาดีเซล เดือน เมษายน-มิถุนายน ราคา เกิน 44.42 บาท จากนั้น 34 บาท เฉลี่ยทั้งปี 35.78 บาท ค่าไฟฟ้า เดือน พฤษภาคม-ธันวาคม ราคา 3.93 บาท ต่อหน่วย อาหารจานด่วนขึ้น 6 % เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2.50-3.50 % % แยกเป็นไตรมาสแรก ติดลบ 0.54% ไตรมาส 2 สูงขึ้น 5.78 % ไตรมาส 3 บวก 3.85 % ไตรมาส 4 บวก 4.15 %
“ ตอนนี้ยังคาดการณ์ได้ยากว่าสงครามสู้รบตะวันออกกลางจะจบได้เร็วหรือยังยืดเยื้อต่อ จึงได้ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อไว้ 2 กรณีที่มีโอกาสที่คาดจะถึงกรณีที่สองได้ ซึ่งจากนี้เงินเฟ้อจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การบริหารจัดการเงินเฟ้อของรัฐบาล คงเน้นในเรื่องการดูแลค่าครองชีพประชาชน ควบคุมปริมาณและราคาสินค้าปลายทาง คุมต้นทุนที่จะมีผลต่อการผลิตสินค้า ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ก็มีการเร่งกระจายจัดธงฟ้าสินค้าประหยัดในครอบคลุมทั้งประเทศ รัฐบาลทำโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งเพิ่งผ่านไป1สัปดาห์ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
วันนี้ที่เราต้องติดตามใกล้ชิดคือ ราคาอาหารจานเดียว ที่มีน้ำหนักในเงินเฟ้อถึง 15.15% และราคาพลังงานมีน้ำหนัก 12.25 % เฉพาะน้ำมัน 7.75 % ว่าจะมีดูแลอย่างไร ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลก็จะมีมาตรการช่วยเหลือต่อไป ตอนนี้จึงไม่อาจพูดได้ว่าเงินเฟ้อสูงในภาวะเศรษฐกิจถดถอย “ นายนันทพงษ์ กล่าว
ขณะที่แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 คาดว่าจะกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสําคัญ โดยมีปัจจัย สนับสนุนสําคัญที่ผลักดันระดับราคาให้ปรับสูงขึ้น ได้แก่
1. ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดที่สอดคลองกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เร่งตัวขึ้น จากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตรในภูมิภาค
2.ราคาสินค้าเกษตรบางรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตะวันออกกลาง รวมถึงความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้ผลผลิตลดลงในบางช่วง
3. ราคาเนื้อสัตว ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกรและเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น
4. ค่าโดยสารทางอากาศปรับ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ทั้งเสนอทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ จากผลของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ประกอบกับจํานวนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ และ
5. แรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถดิบและค่าขนส่ง ที่เพิ่มขึ้น
สําหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่
1. ภาครัฐดําเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระ ค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้า
2. ราคาผลไม้สดที่สําคัญในประเทศยังพื้นตัวอย่างช้าๆ







