thansettakij
thansettakij
‘BOI’ ดึง 5 ยักษ์เซมิคอนดักเตอร์จีนลงทุน ปูทางชิปเมดอินไทยแลนด์

‘BOI’ ดึง 5 ยักษ์เซมิคอนดักเตอร์จีนลงทุน ปูทางชิปเมดอินไทยแลนด์

27 มี.ค. 69 | 03:59 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มี.ค. 69 | 04:06 น.

‘BOI’ ดึง 5 ยักษ์เซมิคอนดักเตอร์จีนลงทุน ปูทางชิปเมดอินไทยแลนด์ ชูศักยภาพฐานผลิตสำคัญของภูมิภาค เสริมแกร่งหัวโซ่อุปทาน

KEY

POINTS

  • บีโอไอเจรจาดึงดูดการลงทุนจาก 5 บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำของจีน ซึ่งครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การออกแบบ การผลิตชิป ไปจนถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์
  • บริษัทเป้าหมายทั้ง 5 แห่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านต่างๆ เช่น JCET Group (การประกอบและทดสอบชิป), Empyrean Technology (ซอฟต์แวร์ออกแบบชิป) และ NAURA Technology (อุปกรณ์การผลิต)
  • การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมชิปที่ครบวงจรและยั่งยืนในไทย และปูทางไปสู่การผลิตชิป "เมดอินไทยแลนด์"

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ เปิดเผยว่า บีโอไอได้นำเสนอศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย ในการเป็นฐานลงทุนสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาค รวมทั้งทิศทางของยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ 

รวมถึงมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ และแนวทางการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศ ทั้งด้านการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อวางรากฐานการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในระยะยาวกับนักลงทุนประเทศจีน

โดยเป็นการดำเนินการร่วมกับสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ (THSIA) ในงาน SEMICON China 2026 ซึ่งเป็นงานประชุมด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก รวมถึงงานนิทรรศการเปิดตัวนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ของอุตสาหกรรมชิป ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ (Front-end) ไปจนถึงปลายน้ำ (Back-end) 

นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารจากหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนและองค์กรด้านเทคโนโลยีของหลายประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ได้ร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับศักยภาพของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งโครงสร้างอุตสาหกรรม ทิศทางการพัฒนาในแต่ละประเทศ และโอกาสสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อเสริมสร้างฐานอุตสาหกรรมชิปของอาเซียนให้แข็งแกร่งและครบวงจรยิ่งขึ้น

‘BOI’ ดึง 5 ยักษ์เซมิคอนดักเตอร์จีนลงทุน ปูทางชิปเมดอินไทยแลนด์

 

อย่างไรก็ดี บีโอไอได้หารือแผนธุรกิจกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จำนวน 5 บริษัท ประกอบด้วย 

  • JCET Group  ผู้ให้บริการด้านการบรรจุและทดสอบชิปชั้นนำของโลก โดยเป็นอันดับ 1 ในจีน และอันดับ 3 ของโลก บริษัทให้บริการโซลูชันการผลิตชิปแบบครบวงจร รองรับอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น AI ยานยนต์อัจฉริยะ การสื่อสาร พลังงาน และการแพทย์
  • China Key System  บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่มีการผลิตครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การทำ Photo Mask) การผลิตแผ่นเวเฟอร์ (Wafer Fab) ไปจนถึงการบรรจุและทดสอบ (Packaging & Testing) และให้บริการโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การสื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ 
  • Empyrean Technology  ผู้นำอันดับ 1 ของจีนในด้านซอฟต์แวร์ออกแบบชิป (EDA) และอันดับ 4 ของโลก เพิ่งเปิดตัวแพลตฟอร์มออกแบบชิปแบบครบวงจรสำหรับการผลิตชิปหน่วยความจำ (Memory Chips)
  • NAURA Technology ผู้ผลิตอุปกรณ์และเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อันดับ 1 ของจีน และอันดับ 5 ของโลก โดยมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องกัด (Etching), การเคลือบผิว (Deposition) ไปจนถึงการทำความสะอาดเวเฟอร์
  • Circuit Fabology Microelectronics Equipment ผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับพิมพ์ลายวงจรความละเอียดสูงสำหรับเซมิคอนดักเตอร์และ PCB ด้วยเทคโนโลยี Direct Writing Lithography ซึ่งเป็นการพิมพ์ลวดลายวงจรแบบ Maskless

นายนฤตม์ กล่าวอีกว่า บีโอไอยังได้พบหารือกับหน่วยงานและเครือข่ายอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ สมาคม China Semiconductor Industry Association (CSIA) Shandong Semiconductor Chamber of Commerce และ Guangdong Industrial Technology Research Institute (GITRI) ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนเชื่อมโยงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยการหารือดังกล่าวมุ่งเน้นสร้างความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานร่วมกับผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับระบบนิเวศอุตสาหกรรมชิปของไทยในระยะยาว

“ในจังหวะเวลาที่ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของโลก รวมทั้งประเทศจีน เริ่มมองหาลู่ทางในการออกไปขยายฐานการผลิตชิปในต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น และอาเซียนเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุนกลุ่มนี้ บีโอไอมองเห็นโอกาสจึงเดินหน้าดึงดูดการลงทุนจากผู้ประกอบการชั้นนำของโลก ควบคู่กับการเร่งยกระดับระบบนิเวศในประเทศ ทั้งด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และซัพพลายเชน ตามแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ โดยมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การผลิตชิปต้นน้ำ การประกอบและทดสอบขั้นสูง รวมถึงการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตชิป เพื่อสร้างฐานอุตสาหกรรมชิปที่ยั่งยืนของไทย และปูทางสู่ชิปเมดอินไทยแลนด์”