
คลังชงกฤษฎีกา ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล พยุงราคาหน้าปั๊ม
คลังเตรียมชงคณะกรรมการกฤษฎีกา ลดภาษีน้ำมันดีเซล พยุงราคาหน้าปั๊ม ก่อนตั้งรัฐบาลใหม่ ลั่นทุก 1 บาท รัฐสูญรายได้ 2,000 ล้านบาท
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ มีมติให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพียงรายการเดียว โดยไม่มีการลดภาษีน้ำมันเบนซิน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ในช่วงรัฐบาลรักษาการ จะเสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาอนุมัติต่อไป
สำหรับปัจจุบันกรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 5–6 บาทต่อลิตร การลดภาษีดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อราคาขายปลีกน้ำมันหน้าปั๊ม ทำให้ราคาปรับลดลงทันทีตามอัตราภาษีที่ลดลง เช่น หากราคาน้ำมันอยู่ที่ 40 บาทต่อลิตร การลดภาษี 1 บาท จะทำให้ราคาลดลงเหลือ 39 บาทต่อลิตร หรือหากลด 2 บาท จะอยู่ที่ 38 บาทต่อลิตร
อย่างไรก็ตาม การกำหนดอัตราการลดภาษีและระยะเวลาการดำเนินมาตรการ จะต้องพิจารณาร่วมกับกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและลดผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ โดยประเมินว่าการปรับลดภาษีดีเซลทุก 1 บาท จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท
“มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว และสามารถเร่งดำเนินการได้ก่อนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หากกรมสรรพสามิตจัดทำรายละเอียดแล้วเสร็จ โดยจะออกเป็นประกาศของกรมฯ และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกา”
ส่วนการจัดเก็บภาษีลาภลอย จากกลุ่มพลังงานนั้น ปลัดกระทรวงการคลังระบุว่า ยังไม่มีการหารือในระดับนโยบาย และส่วนตัวมองว่าทำได้ยากเนื่องจากราคาน้ำมันมีความผันผวนสูงคล้ายราคาทองคำ หากจะเก็บภาษีในช่วงที่ผู้ประกอบการมีกำไร ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกตกต่ำจนขาดทุน รัฐจะมีกลไกดูแลอย่างไร จึงต้องประเมินอย่างรอบคอบในระยะยาว






