thansettakij
thansettakij
วิกฤตน้ำมันสำรองอยู่ได้ 103 วัน ยอดใช้แตะ 71 ล้านลิตร/วัน

วิกฤตน้ำมันสำรองอยู่ได้ 103 วัน ยอดใช้แตะ 71 ล้านลิตร/วัน

22 มี.ค. 69 | 05:34 น.
อัปเดตล่าสุด :22 มี.ค. 69 | 06:30 น.

รัฐบาล เผย น้ำมันสำรองพอใช้ 103 วัน แต่ยอดใช้พุ่งแตะ 71 ล้านลิตร/วัน สูงกว่าปกติ รัฐเร่งผ่อนขนส่งอัดน้ำมันเข้าปั๊ม แก้ตึงตัวใน 1-2 สัปดาห์ พาณิชย์คุมราคาสินค้าเข้มทั่วประเทศ

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองคงเหลือเพียงพอสำหรับใช้งานได้ 103 วัน
  • ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลพุ่งสูงถึง 71 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งสูงกว่าระดับปกติ ทำให้ต้องดึงน้ำมันจากสต็อกมาใช้เสริม
  • รัฐบาลได้ผ่อนผันข้อจำกัดด้านการขนส่ง เพื่อเร่งอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการให้เร็วที่สุด

ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง บบ(ศบก.) ว่า สถานภาพของน้ำมันเบนซินที่ผลิตในประเทศ ณ วันที่ 22 มีนาคม 2569 ปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับใช้งานได้ 103 วันโดยแบ่งเป็น น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,504 ล้านลิตร น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร และอยู่ระหว่างการขนส่ง 4,200 ล้านลิตร อีกทั้งยังปริมาณที่ทำสัญญาจัดหาเรียบร้อยแล้ว 3,700 ล้านลิตร

ทั้งนี้ สถานการณ์การผลิตและการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มเบนซิน ซึ่งมีผลิตจาก 5 โรงกลั่นหลัก มีปริมาณการผลิตเบนซินพื้นฐาน 35.28 ล้านลิตรต่อวัน เมื่อนำมาผสมเป็นแก๊สโซฮอล์ประเภทต่าง ๆ จะมีปริมาณจำหน่ายรวมอยู่ที่ 34.40 ล้านลิตรต่อวัน

ขณะที่ น้ำมันดีเซล ผลิตจาก 6 โรงกลั่น มีการผลิตดีเซลพื้นฐาน 79.9 ล้านลิตร และผลิตเป็นดีเซลหมุนเร็วเพื่อจำหน่ายรวม 66.8 ล้านลิตร

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการจำหน่ายผ่านผู้ค้าขนาดใหญ่ในวันที่ 20 มีนาคม อยู่ที่ 71 ล้านลิตร ซึ่งต้องมีการดึงน้ำมันจากสต็อกเก่าออกมาใช้เสริม ซึ่งมีการใช้สูงกว่าปกติที่อยู่ระดับ 67-70 ล้านลิตร โดยบางช่วงเคยพุ่งสูงถึงกว่า 100 ล้านลิตรต่อวัน

ทั้งนี้ รัฐบาลได้สั่งผ่อนผันข้อจำกัดด้านการขนส่ง เพื่อเร่งอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการให้เร็วที่สุด โดยคาดว่าจะเห็นผลความชัดเจนในการแก้ปัญหาภายใน 1-2 สัปดาห์  

นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก ตรวจสอบสถานประกอบการกว่า 2,321 กรณีครอบคลุมสถานีบริการน้ำมัน 1,262 แห่ง, ร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี 433 แห่ง และตลาดค้าปลีก-ส่ง 326 แห่ง ในช่วงวันที่ 1-20 มีนาคม พบการกระทำผิดในกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา รวม 22 ราย (ทั้งจากการตรวจปกติและเรื่องร้องเรียน) และกรณี จำหน่ายสินค้าไม่ตรงตามราคาที่แสดง 3 ราย ซึ่งได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายแล้ว

นอกจากนี้ ในกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่อง การจำหน่ายสินค้าเกินสมควร จำนวน 25 คำร้อง เจ้าหน้าที่จะเรียกตรวจสอบเอกสารเพื่อวิเคราะห์ต้นทุน หากพบการตั้งราคาสูงเกินจริงจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด