
จดทรัพย์สินทางปัญญา 2 เดือนแรกพุ่ง 1.1 หมื่นรายการ เทรนด์สุขภาพ-ความงาม มาแรง
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผย 2 เดือนแรกปี 69 ยื่นคำขอกว่า 1.1 หมื่นรายการ โตต่อเนื่อง เทรนด์สุขภาพ-ความงามนำมาแรง เครื่องหมายการค้าครองสัดส่วนสูงสุด
KEY
POINTS
- สถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีจำนวนกว่า 11,870 คำขอ เพิ่มขึ้น 1.37% จากปีก่อนหน้า
- เทรนด์สินค้าและบริการด้านสุขภาพและความงามยังคงมาแรง สะท้อนจากการยื่นขอจดทะเบียนในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก
- กลุ่มสินค้าที่มีการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ บริการค้าปลีก, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม, และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและยารักษาโรค
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยสถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา (เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์) ในไทย ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – กุมภาพันธ์) มีการยื่นคำขอจดทะเบียนกว่า 11,870 คำขอ เพิ่มขึ้นประมาณ 1.37% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 และมีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 2,524 รายการ เพิ่มขึ้น 4.38% จากปี 2568
ทั้งนี้ ภาพรวมเทรนด์สุขภาพยังคงมาแรง สะท้อนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีและการลงทุนของภาคธุรกิจที่มุ่งตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยรายละเอียดการยื่นคำขอจดทะเบียนและแจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา (14,394 คำขอ) ดังนี้
1. เครื่องหมายการค้า ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 9,025 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.22% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 สำหรับกลุ่มสินค้าที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด (1,206 คำขอ)
- สินค้าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม (1,183 คำขอ)
- ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ (1,103 คำขอ)
- เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (1,026 คำขอ)
- ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช ธัญพืช เครื่องปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร (703 คำขอ)
โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้า คนไทย 52% และต่างชาติ 48%
2. สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 1,254 คำขอ ลดลง 6.49% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (1,341 คำขอ) สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น
- ยาเคมีสังเคราะห์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ (170 คำขอ)
- อุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ (106 คำขอ)
- นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ (48 คำขอ)
- อาหารและเครื่องดื่ม (32 คำขอ)
- วัสดุเหล็กกล้า เช่น เหล็กกล้าที่มีความแข็งแกร่งสูงระดับพิเศษ เหล็กกล้าทนการสึกหรอ เหล็กกล้าทนความร้อน และเหล็กกล้าสำหรับงานโครงสร้างที่ต้องรับแรงสูง (28 คำขอ)
โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ คนไทย 9% และต่างชาติ 91% ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1,113 ฉบับ เพิ่มขึ้น 24.50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (894 ฉบับ)
3. อนุสิทธิบัตร ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 720 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.71% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (701 คำขอ)
สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองอนุสิทธิบัตรมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- อาหารและเครื่องดื่ม (81 คำขอ)
- ยาสมุนไพร (33 คำขอ)
- ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ (32 คำขอ)
- อุปกรณ์ทางการแพทย์ (30 คำขอ)
- เทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับแอนติบอดีเอนไซม์ (15 คำขอ)
โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขออนุสิทธิบัตร เป็นคนไทย 96% และต่างชาติ 4% ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 440 ฉบับ เพิ่มขึ้น 31.34% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (335 ฉบับ)
4. สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 871 คำขอ เพิ่มขึ้น 3.81% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (839 คำขอ) สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- บรรจุภัณฑ์ (98 คำขอ)
- ลวดลายผ้า (93 คำขอ)
- เครื่องประดับ (78 คำขอ)
- อุปกรณ์ก่อสร้าง (67 คำขอ)
- รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง (65 คำขอ)
โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คนไทย 65% และต่างชาติ 35% ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1,249 ฉบับ เพิ่มขึ้น 70.63% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (732 ฉบับ)
5. ลิขสิทธิ์ ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นแจ้งข้อมูล 2,524 ผลงาน เพิ่มขึ้น 4.38% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (2,418 ผลงาน) ผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- วรรณกรรม (งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์) 1,034 ผลงาน
- ศิลปกรรม (จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ฯลฯ) 746 ผลงาน
- ดนตรีกรรม 548 ผลงาน
- โสตทัศนวัสดุ 149 ผลงาน
- งานอื่นใด (งานทอผ้า งานเย็บปักถักร้อย) 21 ผลงาน
ทั้งนี้ สัดส่วนผู้ยื่นแจ้งข้อมูลผลงานลิขสิทธิ์ เป็นคนไทย 99% และต่างชาติ 1%
อย่างไรก็ดี ลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ กรมจะเดินหน้าส่งเสริมให้ศิลปินนักสร้างสรรค์เห็นความสำคัญของการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรม เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น






