
ผลโพลสำนักงานสถิติฯ 'คนไทยผวาค่าครองชีพพุ่ง' จี้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ปากท้อง
สำนักงานสถิติแห่งชาติ กางผลสำรวจ "Quick Survey" สะท้อนเสียงคนไทย 70% ร้องระงมค่าครองชีพพุ่ง-รายได้ไม่พอใช้ วอนรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปากท้องเป็นอันดับแรก พร้อมส่งสัญญาณแรงถึง "ครม. ชุดใหม่" 90% ย้ำคุณสมบัติต้องสะอาด โปร่งใส ไร้ประวัติอาชญากรรม เพื่อเรียกความเชื่อมั่นคืนสู่ประเทศ
KEY
POINTS
- ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติชี้ว่า ปัญหาที่คนไทยกังวลใจมากที่สุดคือค่าครองชีพสูง (69.9%) ตามมาด้วยรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย และปัญหาหนี้สิน
- ประชาชนกว่าครึ่ง (50.5%) ต้องการให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ไขปัญหาปากท้องและค่าครองชีพเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด
- ประชาชนส่วนใหญ่คาดหวังให้รัฐบาลใหม่บริหารประเทศด้วยความโปร่งใส และต้องการให้รัฐมนตรีมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณสมบัติสำคัญอันดับแรก
วันที่ 17 มีนาคม 2569 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ แถลงผลการดำเนินงานการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งเป็นการสำรวจแบบเร่งด่วน หรือ Quick Survey ระหว่างวันที่ 22 - 28 มกราคม 2569
โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างครอบคลุมทุกอาชีพ ทุกช่วงวัย และทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 6,000 ราย
ผลการสำรวจพบว่าประเด็นที่สร้างความกังวลใจให้คนไทยมากที่สุดในขณะนี้คือ ปัญหาด้านเศรษฐกิจและปากท้อง ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขสถิติที่น่าสนใจ ดังนี้
เปิด 5 วิกฤตความกังวล: ค่าครองชีพ-รายได้-หนี้สิน
ผลสำรวจระบุว่าประชาชนมีความกังวลใจในเรื่องต่างๆ ดังนี้
- ค่าครองชีพสูง (69.9%): ประชาชนกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าที่อยู่อาศัย
- รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย (63.8%): สะท้อนภาวะเงินตึงตัวของครัวเรือน
- ปัญหาหนี้สิน (43.1%): ครอบคลุมทั้งหนี้ในระบบ หนี้นอกระบบ และหนี้ครัวเรือน
- สวัสดิการรัฐไม่เพียงพอ (25.4%): เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ (25.2%)
นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นความแตกต่างเชิงพื้นที่ โดยคนกรุงเทพฯ มีความกังวลเรื่องมลพิษและฝุ่น PM 2.5 สูงถึง 36.7% ซึ่งเป็นปัญหาเฉพาะถิ่นที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วนควบคู่ไปกับปัญหาเศรษฐกิจ
เสียงสะท้อนถึงรัฐบาลใหม่: เร่งแก้ปากท้อง-สางปมหนี้
เมื่อถามถึงสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ดำเนินการ "เร็วที่สุด" ประชาชนกว่า 50.5% ระบุว่าต้องแก้ปัญหาปากท้องและค่าครองชีพ
ตามมาด้วยการสร้างงานสร้างอาชีพ (10.8%) และการแก้ปัญหาหนี้สิน (9.1%),
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ประชาชนคาดหวังคือ
- ลดภาระค่าครองชีพเพื่อป้องกันหนี้ใหม่ (44.2%)
- ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งในและนอกระบบ (44.0%)
- เพิ่มรายได้ควบคู่ไปกับการแก้หนี้ (42.2%)
ยกระดับมาตรฐาน ครม.: 90% ย้ำ "รัฐมนตรี" ต้องสะอาด
ในส่วนของการบริหารราชการแผ่นดิน ประชาชนส่วนใหญ่ถึง 80.9% คาดหวังความโปร่งใสและตรวจสอบได้จากรัฐบาลชุดใหม่
นอกจากนี้ประชาชนถึง 90.4% ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อ "คุณสมบัติของรัฐมนตรี" โดยระบุว่ามีความสำคัญต่อการบริหารประเทศเป็นอย่างมาก
คุณสมบัติรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการ 3 อันดับแรก ได้แก่:
- ความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ (67.7%)
- ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย (ยาเสพติด การพนัน อาชญากรรม) (46.7%)
- ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยถูกดำเนินคดี หรือฟ้องร้อง (42.2%)
ดร.เอกพงษ์ กล่าวสรุปว่า ผลสำรวจนี้มีความแม่นยำสูงโดยมีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.5% และความเชื่อมั่นที่ 95% ข้อมูลทั้งหมดจะถูกสรุปเพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อนำเรียนต่อนายกรัฐมนตรีให้รับทราบถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน และใช้เป็นทิศทางในการกำหนดนโยบายบริหารประเทศต่อไป
ทั้งนี้ สสช. จะดำเนินการสำรวจอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการสื่อสารความคาดหวังของประชาชนสู่รัฐบาลอย่างใกล้ชิด
ผลสำรวจฉบับเต็มความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลชุดใหม่ ระหว่างวันที่ 22 - 28 มกราคม 2569
เรื่องที่ประชาชนกังวล 5 อันดับแรก
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 69.9% มีความกังวลเเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้นมาก เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่าที่อยู่อาศัย เป็นต้น
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 63.8% มีความกังวลเรื่องรายได้ไม่พอกับรายจ่าย
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 43.1% มีความกังวลเรื่องหนี้สิน เช่น หนี้ครัวเรือน การกู้ยืมเงินทั้งในระบบและนอกระบบ
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 25.4% มีความกังวลเรื่องสวัสการจากรัฐบาลที่ไม่เพียงพอ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 25.2% มีความกังวลเรื่อง ราคาผลผลิตทางการเกรษตรที่ตกต่ำลง
ประชาชนต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งดำเนินการมากที่สุด
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 50.5% ต้องการให้แก้ปัญหาปากท้องของประชาชนและเรื่องค่าครองชีพ
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 10.8% ต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 9.1% ต้องการให้แก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 5.8% ต้องการให้ดูแลสวัสดิการและคุณภาพชีวิต
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 5.1% ต้องการให้ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน
ประชาชนต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่แก้ไขปัญหาหนี้สิน
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 44.2% ต้องการให้ลดภาระค่าครองชีพและป้องกันการเกิดหนี้สินใหม่
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 44.0% ต้องการให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งในระบบและนอกระบบ
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 42.2% ต้องการเพิ่มรายได้ควบคู่กับการแก้หนี้สิน
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.0% ต้องการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้มีรายได้น้อย
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 32.2% ต้องการให้ปรับโครงสร้างหนี้ตามความสามารถในการชำระหนี้
การบริหารประเทศที่ต้องการจากรัฐบาลชุดใหม่
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 80.9% ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่บริการประเทศด้วยความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 59.7% ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่รับฟังเสียงขอประชาชน
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 46.7% ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่มีการตัดสินใจที่รวดเร็วต่อสถานการณ์ต่างๆ
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 31.0% ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ไม่เล่นกับการเมือง และทำเพื่อประชนชามากยิ่งขึ้น
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 29.8% ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่บริหารจัดการสถานการณ์วิกฤตต่างๆ ได้ทันท่วงที
คุณสมบัติของรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการมากที่สุด
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 67.7% ต้องการให้รัฐมนตรีมีความซื่อสัตย์ สุจริต มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 46.7% ต้องการให้รัฐนมตรีไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด การพนัน และอาชญากรรม เป็นต้น
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 42.2% ต้องการให้รัฐมนตรีไม่มีประวัติเกี่ยวกับอาชญากรรม เช่น ไม่เคยถูกดำเนินคดี ไม่เคยถูกฟ้องร้อง ไม่เคยถูกพิพากษาลงโทษ เป็นต้น
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 39.0% ต้องการให้รัฐมนตรีมีความรู็ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายงานนั้นโดยตรง
- ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 31.6% ต้องการให้รัฐมนตรีสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
ทั้งนี้ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 90.4% มีความคิดเห็นว่า คุณสมบัติของรัฐมนตรีมีความสำคัญต่อการบริหารประเทศมากที่สุด สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังต่อการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่อย่างชัดเจน









