
กรมที่ดิน ทบทวน พ.ร.บ.เช่าอสังหาฯ กำหนดสิทธิ ระยะเวลา เนื้อที่ รอบใหม่
กรมที่ดิน ประเมินผลสัมฤทธิ์ พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม ส่งเสริมการลงทุนระยะยาว เพิ่มความคล่องตัวในการโอนสิทธิ เล็งกำหนดสิทธิ ระยะเวลา เนื้อที่ รอบใหม่
KEY
POINTS
- กรมที่ดินกำลังประเมินผล พ.ร.บ. การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 เพื่อส่งเสริมการลงทุนระยะยาว
- กฎหมายฉบับนี้เพิ่มความคล่องตัวให้ผู้เช่าสามารถโอนสิทธิการเช่าให้บุคคลอื่น ตกทอดแก่ทายาท ให้เช่าช่วง หรือใช้เป็นหลักประกันจำนองได้
- รองรับการทำสัญญาเช่าระยะยาวเกิน 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี และสามารถต่อสัญญาได้อีกไม่เกิน 50 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงให้นักลงทุน
- เป้าหมายหลักคือการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน เพิ่มสภาพคล่อง และดึงดูดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและพาณิชย์
รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมที่ดิน ได้ประเมินผลสัมฤทธิ์พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการลงทุนระยะยาว โดยรองรับการเช่าที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ให้มีความมั่นคงสูงกว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพิ่มความคล่องตัวในการโอนสิทธิ
โดยสิทธิการเช่าสามารถโอนเปลี่ยนมือ ตกทอดแก่ทายาท หรือนำไปเช่าช่วงได้ และผู้เช่าสามารถนำสิทธิการเช่าไปจดทะเบียนจำนองเป็นหลักประกันการชำระหนี้ได้ อันจะเป็นการส่งเสริมการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อนำไปประกอบพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมในระยะยาว ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม
สำหรับมาตรการสำคัญของกฎหมายที่กำหนดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้ง สิทธิการเช่า ประกอบด้วย สิทธิการเช่าตามพระราชบัญญัตินี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้โดยการจำนอง สิทธิและหน้าที่การเช่าตามพระราชบัญญัตินี้สามารถตกทอดแก่ทายาทได้ และผู้เช่าตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะให้เช่าช่วง หรือโอนสิทธิการเช่าไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้
ขณะที่ระยะเวลาการเช่า กำหนดผู้เช่าและผู้ให้เช่าตกลงทำสัญญาเช่าตามพระราชบัญญัตินี้มีระยะเวลาเกิน 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี ได้ และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการเช่าแล้ว ผู้เช่าและผู้ให้เช่าสามารถตกลงต่อระยะเวลาการเช่าออกไปได้อีกมีกำหนดไม่เกิน 50 ปี นับแต่วันที่ตกลงกัน
ส่วนจำนวนเนื้อที่ การเช่าตามพระราชบัญญัตินี้ผู้เช่าและผู้ให้เช่าสามารถให้เช่าเนื้อที่เกินกว่า 100 ไร่ ได้ แต่ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมที่ดิน
ทั้งนี้ กรมที่ดิน ได้ประเมินประโยชน์ที่คาดว่าประชาชนจะได้รับจากการมีกฎหมาย ดังนี้
1. เป็นการส่งเสริมให้มีการลงทุนเพื่อพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมบางประเภทที่ต้องมีการลงทุนในระยะยาวและต้องการความมั่นคงของสิทธิตามสัญญาเช่า
2. ผู้เช่ามีสิทธิในทรัพย์สินเสมือนเจ้าของภายในระยะเวลาที่กำหนด สามารถโอนเปลี่ยนมือได้ง่ายขึ้น
3. สามารถโอนสิทธิการเช่าโดยตกทอดทางมรดก ให้เช่าช่วง และใช้เป็นหลักประกันเงินกู้กับสถาบันการเงินได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน เพิ่มสภาพคล่อง ดึงดูดการลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมและพาณิชย์
4. เจ้าของอสังหาริมทรัพย์มีทางเลือกในการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเศรษฐกิจได้เต็มที่









