
คลังปรับภาษีน้ำมันเพิ่ม หนุนรายได้รัฐ 4 เดือน พุ่ง 8.68 แสนล้าน
คลังเผย 4 เดือน จัดเก็บรายได้พุ่ง 8.68 แสนล้าน หลังปรับภาษีน้ำมันเพิ่ม รัฐวิสาหกิจส่งรายได้เหลื่อมปี ฝั่งเงินคงคลังแน่น 2.77 แสนล้านบาท
KEY
POINTS
- รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 68 – ม.ค. 69) ได้รวม 8.68 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.1%
- ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้สูงกว่าเป้าหมายมาจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซล 1 บาทต่อลิตร
- การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตซึ่งดูแลภาษีน้ำมัน สูงกว่าประมาณการถึง 8,329 ล้านบาท หรือ 4.6%
กระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – มกราคม 2569) ว่า รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิได้รวมทั้งสิ้น 868,623 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 9,560 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.1% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 39,318 ล้านบาท หรือขยายตัว 4.7% สะท้อนการจัดเก็บรายได้ภาครัฐที่ยังเติบโตต่อเนื่องในช่วงต้นปีงบประมาณ
สำหรับรายได้ที่จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการมีปัจจัยสำคัญมาจากการนำส่งเงินส่วนเกินจากการจำหน่ายพันธบัตรเพื่อชดเชยการขาดดุล การนำส่งรายได้เหลื่อมปีของรัฐวิสาหกิจบางแห่ง รวมถึงรายได้จากภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เพิ่มขึ้น หลังมีการปรับเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซล 1 บาทต่อลิตรเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ในด้านรายการคืนภาษีของกรมสรรพากร ซึ่งเป็นรายการหักมีมูลค่าสูงกว่าประมาณการ 18,910 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15.2% เนื่องจากภาครัฐมีนโยบายปรับปรุงกระบวนการคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการในภาคธุรกิจ
สำหรับรายได้จาก 3 กรมภาษีหลัก ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร สามารถจัดเก็บรายได้รวมกันได้ 890,339 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 6,353 ล้านบาท หรือ 0.7% ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
- กรมสรรพากรจัดเก็บรายได้ 660,978 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 953 ล้านบาท หรือ 0.1%
- กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ 191,290 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 8,329 ล้านบาท หรือ 4.6%
- กรมศุลกากรจัดเก็บรายได้ 38,071 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 2,929 ล้านบาท หรือ 7.1%
นอกจากนี้ รายได้จากรัฐวิสาหกิจอยู่ที่ 75,702 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 9,832 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.9% ขณะที่รายได้จากหน่วยงานอื่นของรัฐอยู่ที่ 74,465 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 13,312 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.8%
ทั้งนี้ เมื่อรวมรายได้จัดเก็บทั้งหมดก่อนหักรายการต่างๆ รัฐบาลมีรายได้รวม 1,040,506 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 29,497 ล้านบาท หรือ 2.9% แต่เมื่อหักรายการต่าง ๆ อาทิ การคืนภาษีของกรมสรรพากร อากรถอนคืนของกรมศุลกากร การจัดสรรรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเงินชดเชยภาษีสำหรับสินค้าส่งออก
“ทำให้รายได้รัฐบาลสุทธิหลังหักรายการต่างๆ อยู่ที่ 881,019 ล้านบาท และเมื่อหักการจัดสรรรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่มให้ท้องถิ่นตามกฎหมายอีก 12,396 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ 868,623 ล้านบาทดังกล่าว”
ขณะที่ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังรวม 868,748 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 41,787 ล้านบาท หรือ 5.1%
ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณรวมอยู่ที่ 1,695,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113,813 ล้านบาท หรือ 7.2% สะท้อนการเร่งเบิกจ่ายภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงต้นปีงบประมาณ
สำหรับรายจ่ายดังกล่าวประกอบด้วย รายจ่ายปีงบประมาณปัจจุบัน 1,559,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103,411 ล้านบาท หรือ 7.1% จากปีก่อน และรายจ่ายของปีงบประมาณก่อน 135,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,402 ล้านบาท หรือ 8.3% ส่งผลให้รัฐบาลมีดุลเงินงบประมาณขาดดุล 826,447 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 72,026 ล้านบาท หรือ 9.5%
อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่เกินดุล 49,141 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดก่อนการกู้เงินของรัฐบาลอยู่ที่ ขาดดุล 777,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 29,946 ล้านบาท หรือ 4%
ในช่วงเวลาดังกล่าว รัฐบาลได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน 474,992 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3,761 ล้านบาท หรือ 0.8% ส่งผลให้ดุลเงินสดหลังการกู้ยังคงขาดดุล 302,314 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 33,707 ล้านบาท หรือ 12.5%
ทั้งนี้ เมื่อรวมกับเงินคงคลังต้นงวดจำนวน 580,311 ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 รัฐบาลมีเงินคงคลังปลายงวดอยู่ที่ 277,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 32,503 ล้านบาท หรือ 13.2%

