thansettakij
thansettakij
วิกฤตฮอร์มุซป่วนโลก! สภาผู้ส่งออกฯ เผยค่าระวางเรือพุ่ง 100%

วิกฤตฮอร์มุซป่วนโลก! สภาผู้ส่งออกฯ เผยค่าระวางเรือพุ่ง 100%

03 มี.ค. 2569 | 00:05 น.

สรท. ชี้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ดันค่าระวางเรือพุ่ง 7,000 ดอลลาร์ต่อตู้ สินค้าไทยติดค้าง 3.2 หมื่นล้านบาท เสี่ยงเสียหายกว่า 3.3 หมื่นล้านต่อเดือน ผู้ส่งออกแบกต้นทุนหนัก

KEY

POINTS

  • วิกฤตความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้สายการเดินเรือต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมแอฟริกา ทำให้ค่าระวางเรือเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวหรือ 100%
  • การส่งออกของไทยไปตะวันออกกลางได้รับผลกระทบหนัก คาดว่ามีความเสียหายกว่า 3.3 หมื่นล้านบาทต่อเดือน และมีสินค้ามูลค่ากว่า 3.2 หมื่นล้านบาทติดค้างระหว่างการขนส่ง
  • ปัญหาดังกล่าวทำให้เกิดการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และสภาวะคอขวดที่ท่าเรือ โดยกลุ่มสินค้าอาหารได้รับผลกระทบมากที่สุด รวมถึงทำให้ต้นทุนนำเข้าน้ำมันดิบสูงขึ้น

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานและกลไกการค้าโลก ซึ่งวิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบฉับพลันต่อการจราจรทางน้ำ ในอ่าวเปอร์เซีย ข้อมูลล่าสุดระบุว่าเรือบรรทุกสินค้าจำนวนมากต้องทำการทอดสมอและหยุดการเคลื่อนไหวเพื่อประเมินสถานการณ์

ทั้งนี้ สายการเดินเรือจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอ้อมทวีปแอฟริกาผ่านแหลมกู๊ดโฮป ส่งผลกระทบให้ต้นทุนค่าระวางเรือสูงขึ้นเท่าตัว โดยมีการประเมินว่าค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต จากปกติที่ 3,500 ดอลลาร์ต่อตู้ เป็น 7,000 ดอลลาร์ต่อตู้

โดยผู้ส่งออกต้องแบกรับภาระค่าธรรมเนียมความเสี่ยงภัยสงคราม และค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นตามระยะทางการเดินเรือที่ยาวนานขึ้น

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของไทยไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของยอดการส่งออกรวมทั่วโลก หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 400,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจากการประเมินคาดว่ามีมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 33,300 ล้านบาทต่อเดือน เฉลี่ยประมาณ 8,300 ล้านบาทต่อสัปดาห์ จากการ หยุดชะงักของการเดินทาง 

ขณะที่คาดการณ์ว่าปัจจุบันมีสินค้าไทยมูลค่าประมาณ 32,000 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการเดินทางและติดค้างอยู่ในระบบขนส่ง ซึ่งไม่สามารถเข้าสู่ท่าเรือปลายทางได้ตามกำหนด

ด้านตู้คอนเทรนเนอร์ สินค้าที่ส่งออกไปแล้วไม่สามารถหมุนเวียนกลับมายังไทยได้ตามกำหนด การหยุดนิ่งทั้งฝั่งนำเข้าและส่งออกทำให้ระบบการจัดสรรตู้สินค้าที่ท่าเรือหลักเกิดสภาวะคอขวดผู้ส่งออกรายย่อยอาจไม่สามารถจองระวางเรือได้เนื่องจากสายการเดินเรือให้ความสำคัญกับคู่ค้ารายใหญ่ที่มีศักยภาพในการจ่ายค่าระวางที่สูงขึ้น

"ตอนนี้เรือมันออกไปค่อนข้างที่จะเยอะ แล้วตู้คอนเทนเนอร์ก็คงจะขาดแคลนแต่หวังว่าคงไม่ได้เลวร้ายมาก เพราะมันนิ่งทั้งสองฝั่ง ทั้งส่งออกก็ไม่สามารถจะส่งออกได้ นำเข้ามาก็ไม่ออกมา เพราะตอนนี้เรือทั้งหมดก็ค้างอยู่ที่ท่า"

สำหรับกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบสูงสุด เนื่องจากไทยเป็นผู้ส่งออกหลักคือ กลุ่มอาหาร นอกจากนี้ จากปัญหาต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นส่งผลให้ราคาสินค้าปลายทางสูงเกินกำลังซื้อของผู้บริโภคความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้าจากการขยายระยะเวลาในการขนส่ง

ทั้งนี้ในส่วนของอุตสาหกรรมพลังงานและน้ำมันดิบ ซึ่งประเทศไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางมากกว่า 50% ของปริมาณความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนปริมาณน้ำมัน แต่อยู่ที่ต้นทุนการนำเข้าการเปลี่ยนเส้นทางขนส่งอ้อมแหลมกู๊ดโฮปจะทำให้ราคาน้ำมันดิบ ณ หน้าโรงกลั่นปรับสูงขึ้นตามค่าขนส่งและระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น