thansettakij
thansettakij
‘อนุทิน’ ระดมหน่วยงานศก.-ธุรกิจ ออกมาตรการรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

‘อนุทิน’ ระดมหน่วยงานศก.-ธุรกิจ ออกมาตรการรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

02 มี.ค. 2569 | 07:55 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มี.ค. 2569 | 08:00 น.

นายกฯ ถกหน่วยงานรัฐ-เอกชน รับมือศึกตะวันออกกลาง หลังโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สั่งเร่งช่วยคนไทย-คุมผลกระทบพลังงาน การค้า ท่องเที่ยว และค่าครองชีพ

KEY

POINTS

  • นายกฯ อนุทินเป็นประธานการประชุมหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และภาคเอกชน เพื่อกำหนดมาตรการรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
  • ที่ประชุมมุ่งประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดกับไทยในทุกมิติ เช่น ราคาพลังงาน การค้า การส่งออก การท่องเที่ยว และค่าครองชีพ
  • รัฐบาลเตรียมมาตรการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ขัดแย้ง โดยจะเร่งช่วยเหลือคนไทยในอิหร่านกลับประเทศเป็นลำดับแรก

2 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์, นางตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน รวมทั้งสำนักงบประมาณ, เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, เลขาธิการกฤษฎีกา ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรภาคเอกชน ทั้ง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย เข้าร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งและมีการสู้รบอย่างรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง และได้มีการปฏิบัติการทางทหารมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้เป้าหมายของการโจมตียังคงเป็นเป้าหมายทางการทหารอยู่ และได้มีการตอบโต้จากประเทศอิหร่าน ไปยังหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเริ่มโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซด้วย

ส่วนประเทศไทยคงได้รับผลกระทบแน่นอนไม่มากก็น้อย ดังนั้นการที่ได้เชิญทุกคนประชุมในวันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมและจำกัดความเสียหายให้มีผลกระทบต่อประเทศไทยน้อยที่สุด ล่าสุดรัฐบาลได้ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติไปแล้ว และมีมาตรการหลายเรื่องเกี่ยวกับด้านความมั่นคง และการสร้างความมีเสถียรภาพสำหรับประเทศไทยต่อสถานการณ์นี้ 

นอกจจากนี้จึงประชุมต่อยอดในส่วนของเศรษฐกิจ และหารือกับภาคเอกชน ว่าจะมีมาตรการอย่างไรที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนการช่วยเหลือพลเมืองไทยที่อยู่ในประเทศที่มีปัญหาอยู่ตอนนี้ รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือในทุกรูปแบบ เช่น ประชาชนที่อยู่ในอิหร่าน จะเร่งให้ความช่วยเหลือพากลับสู่ประเทศไทยให้เร็วที่สุดเป็นลำดับต้น ส่วนประเทศอื่นจะประสานงาน ผู้ที่มีความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย โดยจะมีมาตรการช่วยเหลือต่อไป

 

‘อนุทิน’ ระดมหน่วยงานศก.-ธุรกิจ ออกมาตรการรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

 

“อยากให้ทุกท่านได้ร่วมกันประเมินสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ โดยให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อคนไทยและนักธุรกิจไทยต่างประเทศ โดยเฉพาะความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงทางอ้อม ทั้งราคาพลังงาน การค้า การลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว และค่าครองชีพของประชาชน 

พร้อมรับฟังข้อเสนอ แนวทางรับมือที่ชัดเจน และสามารถดำเนินการได้ทันที ช่วยบรรเทาผลกระทบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคเอกชน ในการประกอบธุรกิจต่อไปได้อย่างเป็นปกติสุข” นายอนุทิน ระบุ 

สำหรับการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ประชุมได้หารือถึงผลกระทบในด้านต่าง ๆ โดยจะมีการรับทราบภาพรวมสถานการณ์และการประเมินผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจเบื้องต้น จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง 

 

‘อนุทิน’ ระดมหน่วยงานศก.-ธุรกิจ ออกมาตรการรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

 

รวมทั้งสถานการณ์ด้านการต่างประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมการช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบของกระทรวงการต่างประเทศ เช่นเดียวกับการติดตามสถานการณ์ด้านพลังงาน ด้านคมนาคมขนส่ง ด้านการค้าระหว่างประเทศ ด้านการท่องเที่ยว ด้านแรงงาน และสถานการณ์ด้านตลาดเงินตลาดทุนด้วย