thansettakij
พาณิชย์ เปิดยอดตั้งธุรกิจใหม่ ม.ค.69 พุ่ง 62% ทุนทะลุ 2.4 หมื่นล้าน

พาณิชย์ เปิดยอดตั้งธุรกิจใหม่ ม.ค.69 พุ่ง 62% ทุนทะลุ 2.4 หมื่นล้าน

16 ก.พ. 2569 | 08:00 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.พ. 2569 | 09:07 น.

กรมพัฒน์ฯ เผยเดือนม.ค.69 จดทะเบียนธุรกิจตั้งใหม่ 8,418 ราย เพิ่ม 62% ทุนจดทะเบียน 2.4 หมื่นลบ. บริการ-ร้านอาหาร-บัญชีโตแรง เลิกกิจการลดฮวบ เหลือ 1,252 ราย ชี้ 5 กลุ่มเด่นปี 69 เทคฯ พลังงาน สุขภาพ ท่องเที่ยว เกษตรอัจฉริยะ

KEY

POINTS

  • เดือนมกราคม 2569 มีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ 8,418 ราย เพิ่มขึ้น 62.29% จากเดือนก่อนหน้า ด้วยมูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 24,375 ล้านบาท
  • อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (ม.ค. 68) จำนวนธุรกิจใหม่และทุนจดทะเบียนกลับลดลง 5.01% และ 2.30% ตามลำดับ
  • ธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน ได้แก่ ธุรกิจบริการสนับสนุนธุรกิจ, ภัตตาคาร/ร้านอาหาร และธุรกิจบัญชี/ให้คำปรึกษาด้านภาษี

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมกราคม 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 8,418 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมาเดือนธันวาคม 2568 จำนวน 5,187 ราย เพิ่มขึ้น 3,231 ราย คิดเป็น 62.29% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เดือนมกราคม 2568 จำนวน 8,862 ราย ลดลง 444 ราย คิดเป็น 5.01%

ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 24,375 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา.เดือนธันวาคม 2568 จำนวน 13,385 ล้านบาท.เพิ่มขึ้น 10,990 ล้านบาท คิดเป็น 82.11% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เดือนมกราคม 2568 จำนวน 24,950 ล้านบาท ลดลง 575 ล้านบาท คิดเป็น 2.30% 

ทั้งนี้ มีนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เกิน 1,000 ล้านบาท จำนวน 2 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียน รวมทั้งสิ้น 9,050 ล้านบาท คือ

1. บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 5,050 ล้านบาท ประกอบธุรกิจวิจัยและพัฒนาเชิงทดลองด้านเทคโนโลยีชีวภาพ 

2. บริษัท ทวีลาภ 698 จำกัด ทุนจดทะเบียน 4,000 ล้านบาท ประกอบธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ซื้อขาย จัดส่ง จัดหา สำรวจ พัฒนา แปรสภาพ และวางแผน

ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ได้แก่ 

1.ธุรกิจบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น มีจำนวน 238 ราย เพิ่มขึ้น 195 ราย คิดเป็น 453.49% ทุนจดทะเบียน 118.30 ล้านบาท 

2.ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร มีจำนวน 398 ราย เพิ่มขึ้น 62 ราย คิดเป็น 18.45% ทุนจดทะเบียน 626.49 ล้านบาท 

3. เกี่ยวกับบัญชีการทำบัญชีและการตรวจสอบบัญชี การให้คำปรึกษาด้านภาษี มีจำนวน 177 ราย เพิ่มขึ้น 46 ราย คิดเป็น 35.11% ทุนจดทะเบียน 99.15 ล้านบาท

ทั้งนี้มีการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ เดือนมกราคม 2569 มีจำนวน 1,252 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา เดือนธันวาคม 2568 จำนวน 6,112 ราย ลดลง 4,860 ราย คิดเป็น 79.52% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา กับเดือนมกราคม 2568 จำนวน 1,431 ราย ลดลง 179 รายคิดเป็น 12.51%

ด้านทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 13,267 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา เดือนธันวาคม 2568 จำนวน 17,797 ล้านบาท ลดลง 4,530 ล้านบาท คิดเป็น 25.45% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา กับเดือนมกราคม 2568 จำนวน 4,601 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,666 ล้านบาท คิดเป็น 188.36% 

ทั้งนี้ มีนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเกิน 1,000 ล้านบาท จำนวน 1 ราย คือ บริษัท พิษณุโลก บิ๊กซี 2015 จำกัด ทุนจดทะเบียน 10,478 ล้านบาท ประกอบธุรกิจดิสเคาท์สโตร์ ซุปเปอร์เซ็นเตอร์

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 พบว่า มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,058,497 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 31.95 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 974,255 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 23.47 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 775,946 ราย คิดเป็น 79.65% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 17.46 ล้านล้านบาท 

  • ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 196,803 ราย คิดเป็น 20.20% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 0.43 ล้านล้านบาท 
  • บริษัทมหาชนจำกัด 1,506 ราย คิดเป็น 0.15% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 5.58 ล้านล้านบาท 

สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุด คือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 529,392 ราย ทุนจดทะเบียน 13.70 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 319,154 ราย ทุนจดทะเบียน 2.62 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 125,709 ราย ทุนจดทะเบียน 7.14 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.34%, 32.76% และ 12.90% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ

นอกจากนี้ ในปี 2569 แม้เศรษฐกิจไทยและโลกยังมีความผันผวนแต่ก็ยังมีกลุ่มธุรกิจที่กรมฯ มองว่ามีโอกาสทางการตลาด เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและมีฐานการเติบโตที่ดีในระยะยาวใน 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 

1. ธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม 

2. ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โซลาร์และระบบกักเก็บพลังงาน

3. ธุรกิจสุขภาพและยา 

4. ธุรกิจท่องเที่ยวและนันทนาการ 

5. ธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ